หนุ่ม คงกระพัน ย้อนเล่าปมพา เมฆ วินัย ไปรักษากับอ.ไพศาล



หนุ่ม คงกระพัน ย้อนเล่าปมพา เมฆ วินัย ไปรักษากับอ.ไพศาล


Woody Talk ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "หนุ่ม คงกระพัน" ถึงปมที่เป็นบทเรียนสำคัญจากกรณี "เมฆ วินัย ไกรบุตร" รักษากับ อ.ไพศาล ในวันที่หมดหนทาง


วิกฤตอาการป่วยของ เมฆ วินัย ไกรบุตร เป็นอย่างไรบ้าง ?

หนุ่ม คงกระพัน : เรื่องอาจารย์ไพศาลนะครับ ขอเอ่ยชื่อเลยละกัน คือจริงๆ ที่ผมไปหาอาจารย์ก็มาจาก พี่เมฆ วินัย ไกรบุตร นี่แหละครับ ตัวผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน เพื่อนน้อยมาก และเป็นเพื่อนกับพี่เมฆ มาตั้งแต่วัยรุ่น เราอาศัยอยู่ด้วยกัน เช่าคอนโดอยู่ด้วยกัน ทำงาน เล่นละคร และเติบโตมาด้วยกัน พอวันหนึ่งต่างคนต่างไปมีครอบครัว แต่เราก็ยังไปมาหาสู่กันในฐานะเพื่อนสนิทครับ แล้ววันหนึ่งแกก็ล้มป่วยกะทันหันด้วยโรคที่แปลกประหลาดมาก คือโรคตุ่มน้ำพอง มีแผลพุพองขึ้นตามตัวทุกส่วนของร่างกาย แม้กระทั่งในปาก ในลิ้น ในคอ ทำให้กินอาหารลำบากและทุกข์ทรมานมาก มันเหมือนเวลาที่เราเคยเป็นตุ่มพองเล็ก ๆ แล้วพอหนังหลุดลอกออกไปจะเป็นน้ำใส ๆ แสบมากเพราะผิวหนังบริเวณนั้นหลุดออกไป แค่จุดเดียวเรายังทรมานเลยนะครับ แต่พี่เมฆเป็นทั้งตัว ไม่เว้นแม้แต่ในร่องเท้า คือเป็นทุกจุดและทรมานมาก

จุดเริ่มต้นรักษากับ อ.ไพศาล ?

หนุ่ม คงกระพัน : ตอนนั้นเขารักษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นหมอที่รักษาโรคนี้ที่เก่งที่สุดแล้ว โดยรักษาทางวิทยาศาสตร์เรื่อยมา ทั้งฉีดสเตียรอยด์ กินยา ทำทุกอย่าง รักษาอยู่ 3-4 ปีก็ไม่หาย ทีนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมเคยได้ยินเรื่องราวของอาจารย์ไพศาลมานานมาก รู้จักแกตั้งแต่วันที่ทำรายการบางอ้อและเรื่องจริงผ่านจอ แต่ไม่เคยไปหา ได้ยินแต่กิตติศัพท์เลยลองไปหาแกก่อน ไปลองคุยดู แกก็บอกว่าให้พาเมฆมาเลย สิ่งที่อาจารย์ให้ทำคือไปทำบุญไหว้พระ 4-5 แห่ง หลังจากนั้นพอทำเรียบร้อย แกจะให้ชื่อเจ้ากรรมนายเวรของพี่เมฆมา เพื่อให้ไปขออโหสิกรรม ผมก็คิดในใจว่ามันไม่ได้มีอะไรน่ากลัว เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่พี่เมฆไม่สบาย การกินสเตียรอยด์เข้าไปมากๆ มันทำให้ตัวบวม และเป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในมาก ๆ เขาทุกข์ทรมานกับสิ่งนี้มากครับ พี่หนุ่มเลยปรึกษากับครอบครัวเขาว่าจะลองทางนี้ดูไหม ผมเคยได้ยินเรื่องอาจารย์ไพศาลอยู่ที่ลำพูน ลองดูไหม เพราะมันไม่ต้องกินยา ไม่ต้องทายา ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องทำอะไรที่เป็นความเสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ได้เอาอะไรเข้าไปในร่างกาย ไม่นวด ไม่สัมผัส ไม่ทำอะไรทั้งนั้น แค่ทำบุญ แค่ไปไหว้พระ แล้วพอได้ชื่อเจ้ากรรมนายเวรมา ก็ไปขออโหสิกรรมกับคน ๆ นั้น พี่มองว่ามันเป็นเรื่องดี อย่างน้อยถ้ามันไม่เกิดขึ้นจริง ไม่หายจริง แต่มันก็ได้ทำบุญ ได้เข้าใจว่าเราได้ขออโหสิกรรมกับคนที่เคยมีเวรมีกรรมกันมาในทางพุทธ มันก็โล่งและสบายใจ อย่างน้อยบุญกุศลที่เราได้ทำไป ก็คงมีอานิสงส์ที่ส่งผลให้อาการของพี่เมฆดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าเผื่อมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นมา แม้จะมีโอกาสแค่ 0.01% มันก็คุ้มที่จะลองไหม ตัวพี่เมฆเองก็บอกว่าอยากลอง เพราะคนเราพอไม่มีทางเลือกแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ทางแบบนี้ก็ต้องลองดู เราก็ถ่ายทำเป็นเหมือนรายการเรียลลิตีโชว์ (Reality Show) เลย ตระเวนพาพี่เมฆไปไหว้พระ บริจาคทาน พอทำบุญครบ 5 แห่งเสร็จ ก็ไปหาอาจารย์ไพศาลเพื่อรับชื่อเจ้ากรรมนายเวรมา แล้วก็ไปตามหาตามที่อาจารย์บอก ทั้งชื่อและที่อยู่ ก็เจอบ้างไม่เจอบ้าง บางคนเขาก็อโหสิกรรมให้ บางคนไม่อโหสิกรรมให้ก็มี สุดท้ายพี่เมฆเขาก็ดีขึ้นมาได้ช่วงหนึ่ง แต่พอผ่านเวลาไปเขาก็ติดเชื้อในกระแสเลือด อาการทรุดลงไปอีก จนสุดท้ายเขาก็ไม่ไหวและเสียชีวิตครับ หลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้เจอกับอาจารย์ไพศาลอีกเลย








หนุ่ม คงกระพัน ย้อนเล่าปมพา เมฆ วินัย ไปรักษากับอ.ไพศาล


ผ่านมาประมาณกี่ปีแล้วกับข่าวที่เกิดขึ้น ?


หนุ่ม คงกระพัน : ประมาณ 2-3 ปีหลังจากที่พี่เมฆเสียชีวิตครับ พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นในช่วงที่ผ่านมาพี่เสียใจมาก โทรศัพท์ไปหาทางนั้นเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะตอนที่พี่หนุ่มไปมันไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ ไม่มีระเบียบการที่จะมาคุยแล้วพาเข้าไปในห้อง ไม่มีเลยครับ คุยกันตรงพื้นที่เปิดตรงนั้นเลย และคนเต็มไปหมด คนเยอะมาก คืออาจารย์ไพศาลแกมีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่พอรายการของเราไปทำแกก็มีชื่อเสียงมากขึ้น ต้องยอมรับว่าแกมีชื่อเสียงจากรายการเรามากขึ้น พอมีข่าวออกมาเราก็รู้สึกเสียใจมากกับคนที่ได้รับผลกระทบ เครียดเลยครับ รู้สึกแย่ เพราะเหมือนกับเราเป็นคนทำให้คอนเทนต์ของเขาดัง และเราก็ไม่รู้ว่ามีผู้เสียหายขนาดไหนจากทางรายการของเราเอง เราไม่มีวันรู้ได้เลยครับ มันทำให้รู้สึก พี่เลยออกมาขอโทษ และลบคลิปทั้งหมดของอาจารย์ไพศาลที่อยู่ในช่องของเราออก เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบครับ ส่วนเรื่องทางกฎหมายและเรื่องของผู้เสียหายต่าง ๆ ก็ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นคนตัดสิน แต่พอเกิดสิ่งนี้ขึ้น เราก็รู้แล้วว่าต่อไปเวลาจะทำรายการประเภทนี้ คงต้องตรวจสอบให้มากขึ้นแต่จริงๆ ก่อนที่จะทำ พี่หนุ่มก็ตรวจสอบพอสมควรนะ เพราะแกทำแบบนี้มาประมาณ 30-40 ปีแล้ว แกเขียนหนังสือด้วย พี่ก็อ่าน และถามคนแถวนั้นว่าอาจารย์ไพศาลทำแบบนี้มานานหรือยัง เขาก็บอกว่าทำมานานแล้ว และแกคิดเงินไหมเก็บเงินไหม ก็ไม่มี แล้วแต่ใครจะให้ ใครไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ส่วนใหญ่คนที่มาเขาลำบากมาก ป่วยติดเตียงมา รถพยาบาลมา เราก็คิดว่าคนเราถ้าจะทำอะไรอย่างนี้ได้ ขอรายชื่อเจ้ากรรมนายเวรมาได้จริงไหม อันนี้ผมไม่รู้ แต่การที่เขาช่วยเหลือคนโดยที่ไม่คิดเงินอะไร นั่งลำบากลำบนคุยกับคนเป็นร้อยคน เราก็รู้สึกทึ่งเหมือนกันนะว่าเขาทำไปทำไม



หนุ่ม คงกระพัน ย้อนเล่าปมพา เมฆ วินัย ไปรักษากับอ.ไพศาล


ตอนนี้เรื่องจบลงอย่างไร ?


หนุ่ม คงกระพัน : จบลงด้วยการที่เขาถูกดำเนินคดีครับ ก็เหมือนจะออกมายอมรับจากคำที่ตำรวจแถลงข่าวครับ ออกมายอมรับว่าได้กระทำไป เพราะเขามีหลักฐาน มีวิดีโอ มีอะไรครบ และสิ่งที่เขา สามารถรู้ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ ชื่อ นามสกุล อำเภอ ตำบล จังหวัด ได้นั้น เป็นเพราะเขาอ่านจากหนังสือรุ่น เขาเก็บหนังสือรุ่นไว้มากมายแล้วเอาข้อมูลมาพูด ซึ่งแต่ก่อนเรื่องนี้เคยเป็นคำถามในใจผมนะว่าทำไมเวลาคนไปหาแล้วบอกว่าเจ้ากรรมนายเวรของคุณคือใคร โดยบอกชื่อ-นามสกุล บ้านเลขที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด ได้เป็นสิบเป็นร้อยชื่อ พอเจอคนก็ถามว่าเป็นอะไรมา แล้วก็บอกให้เข้าไปที่บ้านนี้นะ บอกชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ อำเภอ ตำบล จังหวัด ชัดเจน อย่างเวลาไปหาคนเดียว ส่วนใหญ่แล้วอาจารย์ไพศาลจะให้ชื่อเจ้ากรรมนายเวรมาประมาณ 5 ถึง 7 คนครับ สิ่งที่ผมสงสัยในเวลานั้นที่นั่งมองและสังเกตอยู่คือเอาข้อมูลมาจากไหนและจำได้อย่างไร แล้วชื่อเหล่านี้เวลาไปตามที่อยู่จะมีตัวตนจริง ๆ บางคนถ้าเขาไม่เชื่อเลยเขาก็ไล่ส่งเลย แต่บางคนถ้าเขาสงสารและยอมรับฟังว่าคนนี้เป็นคนป่วยหนักกระเสาะกระแสะมา เขาอาจจะช่วยโดยขอแค่เอาพานดอกไม้มาขอขมา คำว่าขอขมากรรมคือในสิ่งที่เคยทำร่วมกันมาไม่ว่าจะชาตินี้ ชาติที่แล้ว หรือชาติไหนก็ตามขออโหสิกรรมให้หน่อยแค่นี้ครับ พอคน ๆ นั้นเขารับพานไปและบอกว่าอโหสิกรรมให้ก็จบ พิธีกรรมมีแค่นี้เองครับ

" เรื่องนี้ในแง่ของคอนเทนต์ ถือว่าเป็นบทเรียน และต้องระวังมากขึ้น แม้กระทั่งพระ เพราะในช่วงที่ผ่านมาที่มีเรื่องราวของพระที่เป็นข่าวไม่ดี หนึ่งในนั้นก็เป็นพระที่เราเคยทำบุญด้วยเยอะมากครับ เพราะฉะนั้นบางทีเราดูไม่ออกหรอกว่าเบื้องลึกเบื้องหลังเขาจะเป็นอย่างไร แต่เราก็พยายามคัดกรองให้มากที่สุดแล้ว และในฐานะที่ผมเป็นสื่อต้องเจอคนมากมายทุกวัน บอกเลยว่าอาจารย์ไพศาลอาจจะไม่ใช่คนสุดท้าย อาจจะมีอีกก็ได้ แม้แต่คนที่ไม่อยู่ในวงการความเชื่อ วันเวลาเปลี่ยนไป ถ้าอะไรมันเปลี่ยนไปแล้วเขาไปทำอะไรที่ไม่ดีในชีวิตมันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกได้ เราพยายามคัดกรองให้ดีที่สุด สิ่งที่เตือนอยู่เสมอคือเรื่องของการขอให้กลัวบาป ขอให้กลัวการทำสิ่งไม่ดี เพราะเวลาเราก่อกรรมไม่ดี แน่นอนว่าชีวิตเราก็จะได้ในสิ่งที่ไม่ดี ขอให้ทำดีเถอะ เราจะสอดแทรกหลักพุทธมาเตือนอยู่เสมอครับ "






ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์