
ต้าเหนิง เล่านาที่ระทึก ค่าตับพุ่งหลักพัน เกินคนปกติ
หน้าแรกTeeNee บันเทิงดารา ข่าวดารา, ข่าวบันเทิง ดาราไทย ต้าเหนิง เล่านาที่ระทึก ค่าตับพุ่งหลักพัน เกินคนปกติ

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ เปิดใจเล่าประสบการณ์เฉียดวิกฤตชีวิต หลังป่วยหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จากโรคไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) พร้อมเผยสาเหตุที่หลายคนคาดไม่ถึง มาจากการรับประทานผักสดออร์แกนิกที่ล้างไม่สะอาด
โดย ต้าเหนิง เล่าผ่านรายการ ที่สุขหัวนอน by SUPALAI EP.3 ว่า ก่อนหน้านี้เคยสังเกตว่าตัวเองมีอาการตัวเหลือง แต่เข้าใจว่าเป็นเพราะรับประทานฟักทองเป็นประจำ เมื่อมีคนทักก็หยุดกิน พอผิวกลับมาปกติก็กลับไปกินใหม่ โดยไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างจริงจัง
กระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น และเหงื่อออกมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นอาการปวดประจำเดือน เนื่องจากมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งทำให้มีอาการปวดท้องประจำเดือนหนักจนเคยต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อฉีดมอร์ฟีนมาแล้วหลายครั้ง
หลังออกจากโรงพยาบาลและพยายามกลับไปทำงาน ทีมงานกลับสังเกตเห็นว่าเธอมีอาการตาลอย ไม่มีสติ เหนื่อยง่าย เดินขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียวก็แทบไม่ไหว จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้งและต้องแอดมิททันที
ต้าเหนิงเผยว่า แพทย์ใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ในการตรวจหาสาเหตุ ก่อนวินิจฉัยว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) ซึ่งทำให้ค่าตับพุ่งสูงถึง 1,400 และยังเกิดภาวะน้ำท่วมปอด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง สูญเสียมวลกล้ามเนื้อจำนวนมาก จนเป็นช่วงเวลาที่เฉียดวิกฤตที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
สำหรับสาเหตุของโรค แพทย์อธิบายว่า ไวรัสชนิดนี้มักติดต่อจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผักสดออร์แกนิกที่ปลูกด้วยปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ หากล้างไม่สะอาดหรือรับประทานแบบสด ๆ ก็อาจได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ปัจจุบัน ต้าเหนิงมีอาการดีขึ้นแล้ว ผลตรวจและค่าตับกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ยืนยันว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็งตับ แต่ร่างกายยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะ เพื่อให้ระบบต่าง ๆ กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิม.




>>> คลิป <<<

ต้าเหนิง กัญญาวีร์ เปิดใจเล่าประสบการณ์เฉียดวิกฤตชีวิต หลังป่วยหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จากโรคไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) พร้อมเผยสาเหตุที่หลายคนคาดไม่ถึง มาจากการรับประทานผักสดออร์แกนิกที่ล้างไม่สะอาด
โดย ต้าเหนิง เล่าผ่านรายการ ที่สุขหัวนอน by SUPALAI EP.3 ว่า ก่อนหน้านี้เคยสังเกตว่าตัวเองมีอาการตัวเหลือง แต่เข้าใจว่าเป็นเพราะรับประทานฟักทองเป็นประจำ เมื่อมีคนทักก็หยุดกิน พอผิวกลับมาปกติก็กลับไปกินใหม่ โดยไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างจริงจัง
กระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น และเหงื่อออกมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นอาการปวดประจำเดือน เนื่องจากมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งทำให้มีอาการปวดท้องประจำเดือนหนักจนเคยต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อฉีดมอร์ฟีนมาแล้วหลายครั้ง
หลังออกจากโรงพยาบาลและพยายามกลับไปทำงาน ทีมงานกลับสังเกตเห็นว่าเธอมีอาการตาลอย ไม่มีสติ เหนื่อยง่าย เดินขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียวก็แทบไม่ไหว จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกครั้งและต้องแอดมิททันที
ต้าเหนิงเผยว่า แพทย์ใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ในการตรวจหาสาเหตุ ก่อนวินิจฉัยว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) ซึ่งทำให้ค่าตับพุ่งสูงถึง 1,400 และยังเกิดภาวะน้ำท่วมปอด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง สูญเสียมวลกล้ามเนื้อจำนวนมาก จนเป็นช่วงเวลาที่เฉียดวิกฤตที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
สำหรับสาเหตุของโรค แพทย์อธิบายว่า ไวรัสชนิดนี้มักติดต่อจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะผักสดออร์แกนิกที่ปลูกด้วยปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ หากล้างไม่สะอาดหรือรับประทานแบบสด ๆ ก็อาจได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
ปัจจุบัน ต้าเหนิงมีอาการดีขึ้นแล้ว ผลตรวจและค่าตับกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ยืนยันว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็งตับ แต่ร่างกายยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะ เพื่อให้ระบบต่าง ๆ กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิม.




>>> คลิป <<<



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































https://www.facebook.com/teeneedotcom