ปิ๊ง วอน อย่าเพิ่งตั้งประเด็นสัมพันธ์ไทย-ลาวกับ หมากเตะ

"ปิ๊ง" วอน อย่าเพิ่งตั้งประเด็นสัมพันธ์ไทย-ลาวกับ "หมากเตะ"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤษภาคม 2549 17:25 น.

เรื่องราวของโค้ชฟุตบอลคนไทยคนหนึ่งที่มีระดับความสามารถจนเป็นที่ยอมรับจากต่างชาติ โดยเจ้าตัวมีความฝันอยากที่จะคุมทีมชาติไทยให้ก้าวขึ้นไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย...

แต่แล้วฝันของเขาต้องสลายเมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยกลับหักหลังด้วยการหยิบยื่นหน้าที่ดังกล่าวให้กับโค้ชจากประเทศบราซิล ก่อนที่เรื่องราวจับพลัดจับผลูให้ตัวเขาได้มีโอกาสเข้าไปคุมทีมชาติลาวและให้บังเอิญอีกเช่นกันที่ในการแข่งขันรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายทีมชาติลาวที่มีเขาเป็นคนไทยคุมทีมต้องโคจรมาพบกับทีมชาติไทยที่มีโค้ชบราซิลคุมเพื่อแย่งตั๋วที่นั่งไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย...

คือเนื้อเรื่องย่อแบบคร่าวๆ ของภาพยนตร์ "หมากเตะ โลกตะลึง" ผลงานการกำกับของ "ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม" จากค่าย "จีทีเอช"

ด้วยความเป็นภาพยนตร์ "ตลก" ที่มีการกล่าวอ้างไปถึงประเทศเพื่อนบ้างข้างเคียงอย่างประเทศ "ลาว" ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ายังมีคนในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยมักจะมองเห็นแต่ความล้าหลังรวมทั้งมักจะมีอาการ "ขบขัน" ในความเป็นตัวของตัวเองของเพื่อนบ้านชาตินี้อยู่เป็นประจำ(ทั้งที่โดยเจตนาและไม่เจตนา) บวกกับที่ผ่านมาหมาดๆ หนังไทยอย่าง "โกสต์เกม : ล่า ท้า ผี" ก็เพิ่งจะมีกระแสข่าวของในเชิงที่ก่อให้เกิดความท้าทายในความขัดแย้งทางความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเกิดขึ้นมา ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า "หมากเตะ" ของผู้กำกับหนุ่มคนนี้จะชวนให้ก่อประเด็นในลักษณะนี้ขึ้นมา

"ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม"

โดยส่วนตัวแม้จะไม่รู้สึกกังวลในสิ่งที่ทำลงไปและเชื่อว่าไม่มีปัญหานี้อย่างแน่นอน ทว่าผู้กำกับหนุ่มก็ยอมรับว่าไม่อยากให้มีการจุดเอาประเด็นนี้ขึ้นมา หากแต่อยากจะให้ชมภาพยนตร์กันก่อน

"จริงๆ ผมไม่อยากให้เอาเรื่องพวกนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นเลยนะ และก็ไม่อยากจะพูดถึงด้วย คือผมอยากจะให้ดูหนังก่อนแล้วจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร..." ปิ๊ง เผยความรู้สึกจากใจจริง

"ส่วนตัวผมไม่กลัวประเด็นนี้นะ ไม่กลัวตั้งแต่เริ่มคิดที่จะทำแล้วเพราะเราพอจะมองออกว่าการหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นนำเสนอแน่นอนว่าจะต้องมีคนตั้งคำถามอย่างแน่นอนเพราะว่ามันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่เซ้นซิทีฟในความรู้สึก เพราะฉะนั้นทุกอย่างจึงต้องระมัดระวัง บอกเลยครับว่าผมเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยความเคารพมากๆ ไม่เคยคิดที่จะไปดูถูก ดูหมิ่นหรือเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกอะไรเลย"

"แต่แน่นอนครับอย่างที่บอกในเมื่อมันมีการตั้งเป็นประเด็นขึ้นมาแล้วมันเป็นประเด็นที่เซ้นซิทีฟมันย่อมจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคนพูดถึง มีการเอามาตั้งเป็นคำถาม เพียงแต่ว่าผมอยากให้มองว่าเรามีการตอบหรืออธิบายประเด็นตรงนั้นอย่างไรมากกว่า มันน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดว่าจุดประสงค์ของเรามันเป็นอย่างไร คนดูๆ แล้วรู้สึกอย่างไร คืออยากจะให้ไปดูหนังก่อนว่าแท้ที่จริงมันออกมาเป็นอย่างไรกันแน่"

เห็นเนื้อเรื่อง(ย่อ)อาจจะรู้สึกว่าผู้กำกับคนนี้ต้องการจะประชดประชันสมาคมฟุตบอลไทยกับความฝันในการไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอะไรหรือเปล่า?



เรื่องนี้ปิ๊งรีบปฏิเสธก่อนจะบอกว่าจุดมุ่งหมายหลักของหนังเรื่องนี้ก็คือการพยายามที่จะบอกว่าในความเป็นจริงนั้นคนไทยมีความสามารถนั้นมีเยอะ ทว่าก็เป็นเรื่องแปลกที่คนไทยด้วยกันเองมักจะมองไม่เห็น ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังออกอาการดูแคลนและเห็นอะไรที่เป็นของนอกดีกว่าอีกต่างหาก

"ประเด็นหนังมันอยู่ที่ว่าไม่เชื่อความสามารถของคนที่เป็นคนไทยด้วยกันเอง ที่บ้านเรามีคนไทยเก่งๆ ขนาดที่ต่างชาติประเทศอื่นเขาให้การยอมรับทว่าคนไทยเองกลับไม่ค่อยจะเห็นค่าสักเท่าไหร่ เวลามีงานที่เป็นระดับชาติทีไรก็มักจะเอาคนต่างประเทศมาทำเพราะดูน่าเชื่อถือกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เสียดสีฟุตบอลไทยอะไรหรอกครับ แต่ว่าโดยส่วนตัวผมอยากจะทำหนังที่เกี่ยวกับกีฬาอยู่แล้ว ประกอบกับว่ามันตรงกับช่วงที่กำลังจะมีบอลโลกพอดีก็เลยออกมาเป็นแบบนี้"

"เรื่องนี้ส่วนมากถ่ายที่ประเทศไทยครับ คือหลังจากที่เราข้ามไปถ่ายเก็บภาพนิ่งมาแล้วก็มาดูค่าใช้จ่ายก็คือถ้าไปที่นั่นค่าใช้จ่ายมันแพงมาก ไม่คุ้มทุน เราก็เลยมาถ่ายที่บ้านเราก็มีที่นครนายก แถบๆ นี้ อย่างที่อีสานก็มีที่หนองคายที่เดียว ส่วนสนามฟุตบอลก็ใช้ของจังหวัดราชบุรีกับของกองทัพบกก็ออกมาเย็นๆ หน่อย"

"คือผมว่านอกจากเรื่องของป้ายทะเบียนรถแล้วก็ภาษาเขียนแล้วนอกนั้นบรรยากาศที่นั่นก็ไม่ได้ต่างจากบ้านเราสักเท่าไหร่ แล้วจริงๆ ทางเราได้ทำหนังสือ แล้วก็ส่งบทไปให้กับทางนั้นดูแล้ว...แล้วก็ได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมฟุตบอลที่ลาวทุกอย่าง ซึ่งรู้สึกว่าที่นั่นเขาจะเรียกว่าสหพันธ์ฟุตบอลลาวนะ"

บอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะตลกแค่ไหนเพราะเป็นเรื่องรสนิยมของแต่ละคน ก่อนจะยอมรับว่า "หมากเตะ" เน้นที่ตลาดคนดูที่เป็นแมสเสียส่วนใหญ่ พร้อมแสดงความไม่หนักใจแม้จะต้องลงโรงฯ ประกบกับหนังฟอร์มใหญ่อย่าง "Da Vinci Code"
"แล้วก็ยังมีเรื่องก้านกล้วยด้วย คือเราต้องยกความน่าเชื่อถือให้เป็นวิจารณญาณของการตลาดเขา เรื่องดาวินชีโค้ดผมไม่กังวลนะเพราะว่ามันค่อนข้างจะเป็นตลาดคนละกลุ่มกัน เรื่องนี้เราเน้นที่ตลาดกลุ่มที่เป็นแมสเลย เป็นประมาณว่าปริมณฑลแล้วก็ตลาดต่างจังหวัด รอบๆ เมือง แล้วอีกกลุ่มก็อาจจะได้จากกลุ่มที่เป็นแฟนหนังของจีทีเอช"

"จริงๆ หมากเตะนี่ค่อนข้างจะเป็นตลาดล่างเลยนะ ซึ่งผมว่าคนที่เขาดูดาวินชีโค้ดเขาก็คงจะไม่มีดูหมากเตะหรอก...ทำตลาดที่ลาวมั้ย คือที่ลาวตอนนี้ไม่มีโรงหนังเลย (มีอยู่โรงฯ นึง) ตอนนี้ปิดไปแล้วครับ จริงๆ คนลาวเขาเข้ามาเที่ยวที่ไทยเป็นประจำอยู่แล้วนะ ถ้าเป็นเวียงจันทร์ก็ข้ามเข้ามาที่หนองคาย เหมือนกับการมาพักผ่อน มาช้อปปิ้ง ซื้อของอะไรประมาณนี้"

"ส่วนเรื่องที่ว่าหนังจะตลกหรือไม่ตลก ขำหรือไม่ขำ ผมว่ามันเป็นเรื่องรสนิยมของแต่ละคนนะ อย่างบางคนดูแล้วก็อาจจะตลกแต่บางคนดูแล้วไม่เห็นตลกเลย หรือไม่บางคนดูหนังตลกแต่ไม่ตลกแต่ว่าดูหนังชีวิตแล้วตลก ตรงนี้ผมไม่บอกดีกว่า มันตลกมั้ย เอาเป็นว่าไปดูกันเอาเอง แต่ถ้าจะให้บอกผมว่ามันเป็นหนังอะไร ก็เป้นหนังบันเทิงก็แล้วกันครับ..."

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้