คดีดาว / ชิ อนุชา ไม่หวั่น นาธาน ออกจากคุก เดินหน้าสร้างหนังต่อ
ทันทีที่มีข่าวว่า นาธาน โอมาร์ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้ออกจากคุกหลังจากที่ต้องเข้าไปอยู่นานถึง 7 เดือน
หลายคนก็พุ่งความสนใจไปที่คู่ปรับเก่าอย่าง ชิ -อนุชา ลังประเสริฐ ที่กำลังเตรียมงานสร้างหนังเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา ที่มีส่วนพัวพันเกี่ยวกับอดีตนักร้องดังคนนี้ด้วย งานนี้ ชิ อนุชา บอกว่า ดีใจด้วยที่น้องได้มีออกมาใช้ชีวิตข้องนอกอีกครั้ง ส่วนเรื่องงานหนังตนยังเดินหน้าต่อไป ไม่หวั่นถูกฟ้อง
รู้ข่าวเรื่อง นาธาน ออกจากคุกเมื่อไหร่
“จริงๆแล้วรู้ข่าวการออกจากคุกของนาธานมาตลอด มีสายข่าวรายงานจากข้างในส่งข่าวมาให้เรารู้อยู่เรื่อย และได้ข่าวจาก น้ามด ที่เชียงคานด้วย และจากคนข้างในที่โทรมาบอกเรา พร้อมกับจดหมายที่นาธานเขียนถึงน้ามด ที่นาธานอยากกราบขอโทษในช่วงวันแม่ เพื่อให้น้ามดเข้าไปในเรือนจำเพื่อทำพิธีขอโทษ
ผมเองก็เขียนจดหมายถึงนาธาน เป็นการสอนเขาในการใช้ชีวิตให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี หลังจากออกจากเรือนจำ อยากให้เขากลับเนื้อกลับตัว และทุกๆคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ให้อภัยนาธานแล้ว ซึ่งผมก็เขียนจดหมายถึงเขาได้ระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากเขามา เลยไม่แน่ใจว่าจดหมายถึงนาธานหรือเปล่า”
รู้สึกอย่างไรกับข่าวนี้
“พอวันนี้เราก็รู้แล้วว่ามีการอภัยโทษ ซึ่งนาธานก็มีชื่อติดหนึ่งในผู้ได้รับการอภัยโทษ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษาในครั้งนี้ ผมก็รู้สึกดีใจที่นาธานเป็นนักโทษชั้นดีที่ได้รัรบการอภัยโทษ และหลังจากนี้ก็อยู่ที่ตัวเขาในการปฏิบัติตัว และได้มีการปฏิญาณตนในการทำความดีที่ได้รับการอภัยโทษครั้งนี้ ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์”
กับโครงการหนังไปถึงไหนแล้ว
“สำหรับเรื่องหนัง ก็เดินหน้าไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนตัวนักแสดงนำเราก็ได้มาแล้ว เพียงแต่รอเวลาว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ พอนาธานออกมาก็มีสื่อมวลชนและหลายคนถามว่าจะคุยกับนาธานเรื่องหนังหรือไม่ อันนี้ขอตอบได้เลยว่าคือการเล่นหนังมันดูไม่เหมาะสม เพราะเรื่องราวมันเกี่ยวพันกับชีวิตของเขาและชีวิตของเราด้วย การที่จะเอาตัวจริงมาเล่น มันดูไม่เหมาะ เพราะเรื่องของหนังมันจะมีการปรุงแต่งเพื่อให้ดูมีอรรถรสมากขึ้น ดังนั้นการที่นักแสดงมานั่งเล่นเป็นตัวเอง มันก็จะดูไม่สมควรอยู่แล้ว”
ได้เจอน้องเขาเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
“ตั้งแต่ที่เราแยกกันเมื่อเกือบสองปีก่อน ก็ไม่มีโอกาสเจอกับน้องเขาอีกเลย จะเห็นกันเมื่อตอนให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อมากกว่า เราก็เลยไม่รู้ว่าน้องเขาคิดยังไงกับเรา แต่สำหรับตัวผมแล้ว ให้อภัยน้องในการที่เขาจะได้กลับมาทำงานต่อไป แต่ถ้าถามว่าเขาจะกลับมาร่วมงานกับเราหรือเราจะกลับไปดูแลเขาอีกหรือไม่นั้น อันนี้มันยังตอบไม่ได้ ช่วงนี้คงยังไม่มีโอกาสร่วมงานกันอยู่แล้ว เพราะเรายังไม่มีโอกาสคุยและเครียดกันเลย”
ถ้าจะต้องกลับมาร่วมงานกันจะยอมร่วมงานด้วยมั๊ย
“จริงๆแล้ว เรายินดีร่วมงานกับนาธาน แต่เราไม่เคยได้คุยไม่เคยได้เคลียร์กันหลังจากที่แยกกัน ครั้งสุดท้ายที่คุยกันคือก่อนวันที่มันมีข่าวว่าพี่เอกเดินทางไปประเทศนอรเวย์ และมีข่าวว่านาธานได้ไปด้วยพร้อมกับผม ซึ่งหลังกจากที่พี่เอกเดินทางกลับจากนอเวย์ เราก็ประกาศว่ไม่ได้เป็นผู้จัดการส่วนตัวของนาธานแล้ว และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีโอกาสเจอและไม่เคยได้คุยกับนาธานอีกเลย”
กังวลมั๊ยว่าเขาจะฟ้องเราเรื่องที่สร้างหนัง
“สำหรับในเรื่องหนัง เรานำเสนอการสะท้อนชีวิตเรื่องราวในวงการบันเทิง ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาอยู่แล้ว ส่วนว่ามันจะแรงไปมั้ย อันนี้มันเป็นเรื่องราวชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในวงการและตัวเขาด้วย อันนี้ก็ตอบไม่ได้ว่าเขาจะไม่พอใจหรือจะฟ้องร้องเรามั้ย แต่เราก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป”
ทราบมาว่ามีบางสำนักพิมพ์กำลังจะจัดทำหนังสือให้ นาธาน
“หนังสือที่นาธานเตรียมทำ เราก็อยากอ่านนะ คิดว่ามันก็อาจจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรานะ เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา มันมีเหตุผลและมีผลในการที่มันทำให้เกิดเหตุการณ์หลายๆอย่างขึ้น และมันต้องอ่านหนังสือของเขาว่าในช่วงที่เขาคิดได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน มันเห็นอยู่แล้วว่า ผลจากการกระทำผิดมันคืออะไร แต่ว่าในส่วนลึกของนาธานจะคิดกับเรายังไง และมีส่วนเกี่ยวพันกับเรามากน้อยแค่ไหน ก็ต้องลองอ่านหนังสือของนาธานดู”
สุดท้ายอยากฝากอะไรถึง นาธาน บ้างมั๊ย
“อยากฝากถึงนาธานว่า ต้องขอแสดงความดีใจที่น้องได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตข้างนอกอีกครั้ง หลังจากได้รับการอภัยโทษครั้งนี้ และหลังจากนี้ก็อยากให้นาธานใช้บทเรียนที่อยู่ในคุกประมาณ 7 เดือน นาธานได้มีโอกาสคิดทบทวนและกลับเนื้อกลับตัว ซึ่งทุกคนก็ให้อภัย ส่วนจะกลับมาวงการบันเทิงอีกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการให้โอกาสของทุกคน และส่วนว่าผลงานของเขาจะได้รับการยอมรับมากน้อยแค่ไหน อันนี้ขึ้นอยู่กับคนดู เราไม่สามารถคาดการได้”
https://www.facebook.com/teeneedotcom