
ต๊ะ นารากร เล่าจุดผิดหวังปมช่วยสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา
หน้าแรกTeeNee บันเทิงดารา ข่าวดารา, ข่าวบันเทิง thaistar ต๊ะ นารากร เล่าจุดผิดหวังปมช่วยสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา

ในวันที่บุ๋มแถลงข่าว (27 ต.ค.) ฉันเดินทางไปพร้อมทีมงานรายการเคลียร์ชัดชัดในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง วันนั้นคนเยอะมาก สื่อมวลชนแน่นจนแทบไม่มีที่ยืน เสียงแถลงข่าวก็เบาเพราะไม่มีเครื่องขยายเสียง ฉันจึงเดินเข้าไปยืนใกล้ๆเพื่อจะได้ยินชัดขึ้น
เมื่อการแถลงข่าวจบ บุ๋มเดินออกมาตรงจุดที่ฉันยืนพอดี บุ๋มโผเข้ามากอดฉันแล้วร้องไห้ ฉันก็ร้องไห้ไปด้วย เพราะในเวลานั้นฉันรู้สึกสงสารผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเผชิญความทุกข์จากชีวิตคู่ ตามเรื่องราวที่เธอแถลงให้ฟัง
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ภาพที่ปรากฏออกไปอาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเราสนิทสนมกันมาก แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น และที่สำคัญ ก่อนหน้านั้นฉันก็มีเรื่องที่รู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วยกับการทำงานช่วยเหลือสังคมของบุ๋มอยู่แล้ว ในช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฉันเคยขอให้บุ๋มช่วยประสานทีมกู้ภัยและเรือ เพื่อช่วยหมา-แมวประมาณ 400 ตัวที่กำลังลอยคอเกือบตายที่ จ.ฉะเชิงเทรา เธอบอกฉันว่าออกจากบ้านไม่ได้ ฉันจึงขอให้เธอช่วยแนะนำทีมกู้ภัยที่พอจะติดต่อได้ แต่เธอตอบฉันว่า นึกไม่ออก ไม่รู้จักใคร
ฉันคิดว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องดี แต่เราก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องแก่ใกล้คลอด การช่วยคนอื่นไม่จำเป็นต้องลงไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงด้วยตัวเองเสมอไป เราสามารถช่วยจากที่อื่น และสนับสนุนคนที่มีความพร้อมให้ลงไปปฏิบัติงานแทนได้
แต่ ณ ตอนนั้นฉันไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะในช่วงเวลานั้น บุ๋มได้รับความชื่นชมอย่างมากมายจากสังคม ผู้คนจำนวนมากศรัทธาและสนับสนุนการทำงานของเธอ หากฉันออกมาแสดงความเห็นต่างในเวลานั้น ฉันคิดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่จะกล่าวหาว่าฉันอิจฉา ริษยา หรือจงใจทำลายคนที่กำลังทำความดี ฉันทำงานในสื่อมานานพอที่จะรู้ว่า บางครั้งสังคมไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงก่อนตัดสินคน โดยเฉพาะในยุคนี้ ที่มีสิ่งที่เรียกว่า "ทัวร์ลง" คนคนหนึ่งอาจถูกกระหน่ำต่อว่า ถูกตัดสิน และถูกทำลายชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เรื่องราวยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างรอบด้าน และเมื่อถูกเข้าใจผิดไปแล้ว การอธิบายแก้ไขในภายหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเลยฉันจึงเลือกที่จะไม่พูด และเก็บความเห็นต่างไว้ในใจ ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย แต่เพราะคิดว่าการพูดอะไรออกไป ต้องคำนึงถึงบริบท จังหวะเวลา และผลที่จะตามมาด้วย
ฉันคิดว่าการอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากเรื่องความชอบหรือไม่ชอบแล้ว ยังมีเรื่องมารยาทและกาลเทศะด้วย บางเรื่องเราเลือกที่จะไม่พูดในเวลานั้น ไม่ใช่เพราะเราไม่มีความคิดเห็น แต่เพราะเรารู้ว่าพูดไปแล้วอาจไม่มีใครรับฟัง และอาจกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น แต่เมื่อมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจของประชาชน โดยเฉพาะเงินบริจาค การตั้งคำถามและตรวจสอบข้อเท็จจริงย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้"








กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































https://www.facebook.com/teeneedotcom