
จ๋ายศสินีร่ำไห้!ดูแลแม่จิ๋มมยุรฉัตรป่วยอัลไซเมอร์ จนดิ่งซึมเศร้า!
หน้าแรกTeeNee บันเทิงดารา ข่าวดารา, ข่าวบันเทิง thaistar จ๋ายศสินีร่ำไห้!ดูแลแม่จิ๋มมยุรฉัตรป่วยอัลไซเมอร์ จนดิ่งซึมเศร้า!

ทำเอาหลายคนน้ำตาซึม หลัง "จ๋า ยศสินี ณ นคร" ผู้จัดละครคนเก่ง เปิดใจหมดเปลือกถึงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ในรายการ Tuck Talk เล่าถึงการดูแลคุณแม่ "จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช" ในวัย 76 ปี ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งนอกจากเรื่องกรรมพันธุ์แล้ว เจ้าตัวย้ำว่าเป็นโรคจากพฤติกรรมที่ต้องระวัง!
งานนี้จ๋าเผยความรู้สึกแบบไม่อั้น ทั้งความทุกข์ใจที่แบกรับความรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกอกตัญญู จนถึงขั้นป่วยซึมเศร้าต้องพึ่งยามานานกว่า 2 ปี พร้อมแชร์วิธีปรับจูนชีวิตใหม่เพื่อตัดวงจรโรคนี้
โดยจ๋าเล่าว่า ก่อนที่คุณแม่จะป่วย ท่านมักจะมีความกังวลและพูดอยู่เสมอว่ากลัวจะเป็นอัลไซเมอร์ เพราะเคยเห็นคนในครอบครัวมีอาการใกล้เคียงกันมาก่อน จนกระทั่งอาการเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในช่วงโควิด เริ่มจากอาการมือสั่นที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นพาร์กินสัน ก่อนจะพบว่าเป็นภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและบุคลิกภาพอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่การหลงลืมทั่วไป
ในมุมมองของผู้ดูแล จ๋าเน้นย้ำว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการทำใจยอมรับว่าคุณแม่ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะในฐานะลูกเรามักจะคาดหวังให้ท่านกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งความคาดหวังนี้เองที่นำไปสู่ความเหนื่อยล้า จ๋าเผยว่าตนเองเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าจนต้องพบแพทย์และทานยาอยู่ถึง 2 ปี เนื่องจากแบกรับความเครียดจากการดูแลและการที่ไม่สามารถสื่อสารกับแม่ได้เหมือนเก่า จ๋าเปรียบเปรยสถานการณ์ของผู้ดูแลเหมือนการแบกภาระหนักอึ้งที่มองไม่เห็นไว้กับตัวตลอดเวลา
สิ่งสำคัญที่จ๋าอยากฝากถึงผู้ดูแลทุกคน คือการแยกแยะระหว่างอาการป่วยกับตัวตนของผู้ป่วย หากคนป่วยมีอารมณ์ฉุนเฉียวหรือพูดจาไม่เหมือนเดิม ให้เข้าใจว่าเป็นอาการของโรค ไม่ใช่ว่าท่านไม่รักเรา และผู้ดูแลต้องไม่ลืมที่จะดูแลจิตใจและสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง เพราะหากผู้ดูแลป่วยเสียเอง ทุกอย่างในครอบครัวจะพังลง จ๋ายังแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคให้มากที่สุดเพื่อความเข้าใจ และการวางแผนทางการเงินหรือการทำประกันที่ครอบคลุมโรคสมองเสื่อมก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลในระยะยาว
จ๋ายังชื่นชมหลานชายอย่างน้องคินคิน ที่สามารถปรับตัวเข้ากับคุณยายได้อย่างน่าทึ่ง โดยการเข้าไปเล่นและพูดคุยกับคุณยายอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่สนว่าท่านจะป่วยเป็นอะไร ซึ่งเป็นบทเรียนที่ทำให้จ๋าเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับคุณแม่ในปัจจุบันให้มีความสุขที่สุด ไม่ว่าจะพาไปทำกิจกรรม หรือร่วมวงสนทนาไปกับเรื่องราวที่ท่านเล่า แม้จะเป็นเรื่องในอดีตก็ตาม
ท้ายที่สุด จ๋าอยากส่งกำลังใจให้ผู้ดูแลทุกคนว่า คุณเก่งมาก ๆ ที่สามารถรับมือกับหน้าที่นี้ได้ และขอให้ทุกคนเข้มแข็ง เพราะการดูแลผู้ป่วยโรคนี้คือการวิ่งมาราธอนที่ต้องใช้ความอดทนและระยะเวลาที่ยาวนาน การดูแลใจตัวเองให้ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยกัน








กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































https://www.facebook.com/teeneedotcom