ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!



ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!



ใครเตือนก็ไม่ฟัง! ฟิล์ม ธนภัทร เปิดใจบทเรียนราคาแพง วันที่อีโก้สูงปรี๊ด-ตรรกะพัง จนเกือบกู่ไม่กลับ!

​   จำภาพ "บอสวศิน" จากเมีย 2018 ที่ทำเอาสาวๆ กรี๊ดกันทั้งประเทศจนเกิดปรากฏการณ์ #ฟิล์มห้างแตก ได้ไหม? ล่าสุดในรายการ แฉฮอต 2026 หนุ่ม ฟิล์ม-ธนภัทร ในวัย 30 ปี ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก ยอมรับตรงๆ ถึงช่วงชีวิตที่เคย "เหลิง" และมี "อีโก้" จนตีนไม่ติดดิน! มาฟังคำพูดจากปากหนุ่มฟิล์มแบบเน้นๆ ถึงบทเรียนราคาแพงครั้งนี้กัน

​จากเด็กที่เคยวิ่งแคสต์งานเป็น 30 งานแล้วไม่ได้ จนต้องไปสอบเป็นสจ๊วตหาเงินประทังชีวิต พอละคร เมีย 2018 ออนแอร์ คืนเดียวคนตาม IG เพิ่มขึ้นเป็นแสน และทะลุหลักล้านในเดือนเดียว จากที่เคยต้องนั่งรอแคสต์งานครึ่งวัน วันหนึ่งกลับมีคนดูแลประกบ 7-8 คน

​"ผมไม่เคยเข้าใจคำว่าอีโก้ ไม่เคยเข้าใจคำว่าเหลิง... จากที่ผู้ติดตาม 40,000 มันเป็นล้านภายในเดือนเดียว ทุกอย่างมันไวมาก เราคิดว่าสิ่งที่เราเชื่อ สิ่งที่เราทำ คือสิ่งที่ถูกต้องมาตลอด"

​"จุดที่มันอันตรายที่สุด มันคือจุดที่ใครเตือนกันไม่ฟังอ่ะ... ใช้คำว่าเหลิงนั่นแหละถูกต้อง ตอนนั้นใครพูดอะไรก็ไม่ฟังทั้งนั้น เพราะคิดว่าเราพูดอะไรคนก็เชื่อ อะไรมันก็ดูดีไปหมด ทุกคนอวยหมด ไปไหนเราแทบจะลอยเข้าตึก"

​ช่วงพีคๆ เคยวิ่งงานมากสุดวันละ 5 อีเวนต์ ได้เงินก้อนง่ายและไวมากจนไม่เข้าใจความลำบาก ยึดติดกับภาพความสำเร็จเดิมๆ จนกระทั่งสัจธรรมวงการบันเทิงทำงาน

​"พอเราขึ้นสุด เราเหมือนเราเหลิงแล้วเราก็ติดอยู่กับภาพความสำเร็จเดิมๆ แล้ววันหนึ่งที่ทุกคนรู้กลุ่มอยู่แล้ว มันมีคลื่นลูกใหม่มาทุกวัน เรามาแล้วเราก็ไป คนเราไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าก่อน งานลดลง เล่นละครก็ดีแต่ไม่ได้ดีไปกว่านี้ คนดูก็น้อยลง... รู้ตัวอีกทีคือเรากลับมาอยู่ที่เดิม"


​"จุดที่เรารู้สึกว่าเริ่มเหลิงเกินแล้ว ตีนไม่ติดดินแล้ว... น่าจะเป็นช่วงที่เงินมันน่าจะหายมั้งครับ หมายถึงว่าได้มาง่าย เต็มมันได้มาเยอะมันได้มาไว เราก็ไม่เข้าใจความลำบากของการได้เงินมา"


​พอเจอช่วงโควิด งานอีเวนต์กลายเป็นศูนย์ จากที่เคยวิ่งงานทุกวันต้องมาอยู่บ้าน ฟิล์มเครียดจนปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อ้วนขึ้นมาก และที่หนักคือ ตอนนั้นอีโก้ก็ยังอยู่

​"โควิดคือทำให้อยู่บ้าน แล้วเราก็ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตที่เป็นความจริงของโลกใบนี้ แล้วผมก็เลยได้คิดอะไรได้มากขึ้นจากความล้มเหลวในชีวิตตัวเอง... ตอนนั้นช่วงโควิดผมอ้วนขึ้นแบบอ้วนเลย แล้วตอนนั้นใครเตือนก็ไม่ได้ด้วย ไม่ฟัง ก็อ้วนแบบอ้วนเลย"

​ความล้มเหลวและช่วงขาลงครั้งนั้น ใช้เวลาเยียวยาอยู่หลายปี จนทำให้ฟิล์มในวัย 30 ปี ตกผลึกและกลับมาเข้าใจชีวิตจริง ๆ

​"วันหนึ่งเรากลับมาเข้าใจชีวิตจริงๆ แล้วกลับมารักตัวเองเป็นจริงๆ การรักตัวเองของผมคือ ผมแค่รู้สึกว่าผมแค่อยากเห็นตัวเองมีคุณค่า ผมแค่มีความสุขที่ได้รักตัวเอง เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดี... เริ่มใหม่ เริ่มเป็นเวอร์ชันที่รับฟังคนให้มากขึ้น อยู่กับตัวเองให้มากขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น"

​"คำว่าเข้าใจชีวิตของผมคือ ผมก็แค่เข้าใจความจริงว่า ความจริงของโลกใบนี้คืออะไร มองโลกอย่างที่โลกมันเป็น ทุกอย่างไม่จีรัง เนอะ... มีขึ้น มีตั้งอยู่ มีดับไปเสมอ"


​บอกเลยว่าฟิล์มในเวอร์ชันปัจจุบันคือ "หนุ่มเต็มตัว" ที่ผ่านโลกและตกผลึกจนลดอีโก้ลงไปเยอะมากกกกก ส่วนผลงานล่าสุดบอกเลยว่าอินเนอร์ผู้ใหญ่ดาเมจรุนแรงสุดๆ! ใครได้ดูละครเรื่องล่าสุดของพี่แกบ้าง คอมเมนต์มาคุยกันหน่อย!






ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!




ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!




ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!




ใครเตือนก็ไม่ฟัง!พระเอกดัง แฉตัวเองวันที่หลงระเริงจนตีนไม่ติดดิน!



เครดิตแหล่งข้อมูล :
รายการ แฉ




เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม บันเทิงดารา


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์