สาวคู่กรณี ท็อป ณฐกร-ทนายเจมส์ มาตามนัด เผยความคืบหน้า
ในขณะที่ ท็อป ณฐกร ออกมาเปิดใจรู้จัก และเคยศึกษาดูใจผู้หญิงคนดังกล่าวจริงมาประมาณ 2 ปี ยืนยันไม่ได้มีโลกสองใบ และไม่เคยหลอกอีกฝ่าย โดยวันที่เกิดเหตุตื่นขึ้นมาได้เห็นโทรศัพท์ของผู้หญิงวางอยู่ พบว่ามีภาพ และคลิปตนเองในลักษณะถูกแอบถ่ายอีกจำนวนมาก เลยพยายามลบรูปและคลิปวีดิโอ จึงเกิดการแย่งโทรศัพท์กัน แต่ยืนยันไม่มีการทำร้ายร่างกายอย่างที่ถูกกล่าวหา พร้อมยอมรับก่อนหน้าได้ไปเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาที่ฝ่ายหญิงแจ้งความแล้ว และยินดีทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย
ใขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินการแจ้งความกลับผู้หญิงคนดังกล่าว เนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่าง ทำให้ตนเองและลูกชาย รวมถึงอดีตภรรยา ได้รับผลกระทบกับการกระทำของเขา แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะกลัวเสียรูปคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันนี้เป็นการมาไกล่เกลี่ยใช่ไหม? ทนายเจมส์ - ครับผม คือจริงๆ วันนี้ตำรวจนัดมาทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ปรากฏว่าเพิ่งทราบจากพนักงานสอบสวน ว่าตัวของผู้ถูกกล่าวหาเนี่ย (ท็อป ณฐกร) ได้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เขาก็เลยไม่ได้มา
เรื่องคดีจะคืบหน้าอย่างไรบ้าง? ทนายเจมส์ - เรื่องของคดีก็ดำเนินไปตามกระบวนการครับ ซึ่งคดีนี้มันเป็นคดีตามพ.ร.บ.ศาลแขวง พอผู้ต้องหามาปรากฏตัวหน้าพนักงานสอบสวนแล้ว ต้องสั่งฟ้องภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งก็อาจจะมีการผลัดฟ้องไปอะไรไป ถามกำหนดการเบื้องต้นแล้ว ปรากฏว่าทางพนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมกับสำนวน ประมาณต้นเดือนเมษายน
ทางอีกฝั่งหนึ่งเขายอมรับไหม ว่าเขาได้ทำร้ายเราจริงๆ? ทนายเจมส์ - อันนี้ผมไม่ทราบเลยครับ ไม่ได้ดูในสำนวนครับ
มีโอกาสได้คุยกันบ้างไหม? ทนายเจมส์ - ไม่ได้คุยเลย ไม่มีโทร.มาติดต่ออะไร ไม่มีครับ
ผู้เสียหาย - ไม่มีค่ะ ไม่มีมีการติดต่อใดๆ มาเลยค่ะ
เราอยากให้เรื่องนี้จบยังไง? ผู้เสียหาย - จริงๆ ก็อย่างที่บอกว่า เคยแจ้งไปว่าที่ออกมาเพื่ออะไร เพื่อปกป้องเกียรติผู้หญิงอย่างที่บอกไปค่ะก็อยากให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายค่ะ
ก่อนหน้านี้เฃ้ามีการออกมาบอกว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เราได้เห็นไหม? ผู้เสียหาย - ก็ได้ดูตามที่เขาให้สัมภาษณ์อยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เราคงไม่ได้มาแจ้งความค่ะ
ทนายเจมส์ - อันนี้ผมขออนุญาตแจ้งแทนน้องนะครับ คือในการถ่ายภาพเนี่ย ในมุมของน้อง น้องมองว่าจะถ่ายภาพในลักษณะไหนก็แล้วแต่ คือโมเมนต์น่ารักๆ ของคู่รัก ถ้าจงใจจะเอาไปข่มขู่แบล็กเมล์หรือทำให้เสียหาย ภาพมันคงหลุดไปนานแล้ว แต่นี่ 2 ปีที่ผ่านมามันไม่ปรากฏภาพให้เสียหายเลย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่มีข่าวว่า จะไปข่มขู่เอาเงินอะไรก็แล้วแต่ ผมบอกอย่างนี้ว่าในขั้นตอนของการเจรจา ไปเจรจากันต่อหน้าตำรวจ ไม่เคยไปข่มขู่ คุกคาม ผู้ถูกกล่าวหาว่าถ้าไม่จ่ายเงินจะปล่อยภาพลับนะ นู่นนี่นั่นอันนี้ไม่มีเลย มีการเรียกร้องค่าเสียหายมั้ย มี...แต่เรียกร้องต่อหน้าตำรวจ ตามขั้นตอนนะครับ โดยมีตำรวจนั่งเป็นพยาน และอยู่กันหลายคนมาก ไม่ได้ทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ ครับ
ข้อหาที่เราแจ้งเขามีข้อหาอะไรบ้าง? ทนายเจมส์ - ผมไม่ได้ดูสำนวนนะ เบื่องต้นที่พนักงานสอบสวนแจ้งคือ ข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ผลของการทำร้ายร่างกายต้องไปดูว่าอัยการเห็นพ้องด้วยมั้ย อัยการอาจจะให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าทางพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการเห็นไปในทิศทางเดียวกันไหม ถ้าเห็นแย้งกันก็อาจจะต้องให้ทางอัยการสูงสุดหรือกองตำรวจให้ความเห็นมาอีกทีหนึ่งนะครับ
ส่วนตัวเรากลัวไหมว่าเรื่องจะยืดเยื้อ ไม่จบ? ผู้เสียหาย - จริงๆตอนนี้ก็มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมค่ะ และเชื่อมั่นในทนายและทางตำรวจด้วย เพราะว่าทุกอย่างที่แจ้งความไป เราโดนกระทำจริงๆ ค่ะ
ทางฝั่งโน้นก็เหมือนจะไม่ยอมเหมือนกัน? ผู้เสียหาย - อันนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเขาค่ะ
ทางโน้นได้ส่งทนายมาคุยหรือยัง? ทนายเจมส์ - ยังครับ ถ้าเกิดจะไกล่เกลี่ยทางฝั่งน้องคู่กรณีก็เปิดโอกาสอยู่นะ แต่ถ้าเกิดว่ามันเนิ่นนานไปก็อาจจะดูแล้วมันไม่มีประโยชน์ที่จะเจรจา อันนี้ก็แล้วแต่โอกาสมากกว่า เป็นเรื่องของอนาคตว่าจะคุยหรือไม่คุย หลังจากนี้จะไม่มีการมาเจอกันแล้ว ต่อจากนี้คือจะเป็นกระบวนการของตำรวจที่จะรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็ส่งมอบสำนวนให้พนักงานอัยการ พร้อมกับส่งตัวผู้ต้องหา
ตอนนี้ตัวเรามีความเครียดมากแค่ไหน? ผู้เสียหาย - ค่อนข้างที่จะเครียด มันไม่สบายใจ ไม่มีใครอยากมีคดีความหรือว่าขึ้นโรงพักแบบนี้ ถามว่าอยากบอกอะไรกับท็อป ทุกอย่างเคยพูดไปหมดแล้วว่าคนเราคบกันควรซื่อสัตย์ต่อกัน แล้วคนที่เป็นสุภาพบุรุษต้องควรให้เกียรติผู้หญิง ทำอะไรถึงจะมากจะน้องควรมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำ เพราะตอนนี้สิ่งที่เราได้อยู่มันคือการเหมือนโยนความผิด หาหลักฐานอย่างอื่นมาเพื่อโยนความผิดให้เรา
ถ้าอีกฝ่ายติดต่อมาขอโทษเรื่องจะจบเลยไหม? ทนายเจมส์ - อันนี้มันแล้วแต่ตัวของผู้เสียหายว่าเขายอมยังไง แต่ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นคดีใหญ่โตอะไรมากมาย เพียงแต่ว่า ณ วันนี้ต้องมาคุยหาจุดจบกัน เพราะไม่อย่างนั้นถ้ามันยืดเยื้อไปแล้ว อย่างน้อยๆ วันนี้การตกเป็นผู้ต้องหาต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือส่งกองทะเบียนอาชญากรรมนะครับ อันนี้คือจะทำให้เสียประวัติหรือเปล่า สำหรับบางคนที่เขาไม่อยากเสียประวัติก็จะไกล่เกลี่ยให้จบก่อน
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจตรวจสอบ อีกอย่างหนึ่งคือตำรวจไม่ได้ขอ เพราะคดีของเราคือคดีทำร้ายร่างกาย เขาต้องการแค่ว่ามีหลักฐานถูกทำร้ายตรงไหน ซึ่งก็มีภาพถ่ายที่ปรากฏตามเนื้อตัวร่างกาย แล้วก็ส่งตัวไปให้คนกลางซึ่งเป็นแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ดูลักษณะบาดแผลว่าเกิดจากการถูกทำร้ายหรือทำร้ายตัวเอง
ผู้เสียหาย - ถ้าหากทางตำรวจอยากขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ถามว่าเรายินดีมั้ย จริงๆ เรื่องที่เขาพูดว่าเราไปแบล็กเมล์อะไรเขา เลยอยากถามกลับพี่นักข่าวทุกคนว่าเคยเห็นรูปเหล่านั้นหรือยังคะ รูปเหล่านั้นมันไม่ได้มี มันอยู่ในโทรศัพท์เรา แล้วรูปส่วนตัวอะไรกันมันก็ไม่ได้มีอะไรที่มันดูอนาจารอย่างนั้นอยู่แล้ว
ถ้าเขาขอโทษทางเรายอมไหม? ผู้เสียหาย - จริงๆ ก็รอให้ระยะเวลามาสามสี่เดือนแล้วนะคะ คนเราถ้ารู้จักที่จะขอโทษมันต้องมาประกาศออกสื่อว่าแบบขอโทษฉันทีสิ คุณทำร้ายร่างกายฉัน คุณทำผิดต่อฉัน คือต้องเป็นเราพูดเหรอคะ ตัวเขาไม่ได้คิดได้จากความรู้สึกเขาจริงๆ ที่รู้สึกผิดกับเราบ้างเลยเหรอ ถามว่าถ้าเขามาขอโทษตอนนี้ก็รับคำขอโทษนะคะ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- อดีตแฟน ท็อป ณฐกร เปิดใจปมคลิป ดาราชายมองถ่ายไว้แบล็กเมล์!?
- ทนายเจมส์ พาลูกความไกล่เกลี่ย หลังเข้าดำเนินคดี ท็อป ณฐกร ทำร้ายร่างกาย
- ผู้ชายเป็นเหยื่อได้ ท็อป ณฐกร ไม่ไกล่เกลี่ย คดีอดีตแฟนแฉ
- ท็อปโดนถอดละคร ผญ.คนนี้ทำลายตน สาวคู่กรณีถาม ไม่รู้สึกผิด?
- หนังคนละม้วน! ท็อป-ณฐกร ยืนยันเดินหน้าฟ้องกลับตามกฎหมาย
- รู้จักท็อปจากพิภพหิมพานต์ ควงอดีตภรรยา เปิดใจ ถูกสาวแฉซุกลูกเมีย ทำร้าย
- ไขแล้ว! ดาราชายโลก2ใบหลอกฟัน-บีบคอปางตาย ล่าสุดพูดแล้วว่า...?
- แจ้งจับดาราหนุ่มอ้างโสดหลอกฟัน บีบคอเฉียดจะขาดใจ
>> ดูทั้งหมด :สาวปริศนากล่าวหาดาราหนุ่มทำร้าย มีโลกสองใบ
https://www.facebook.com/teeneedotcom