เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?



เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?



กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ชาวเน็ตขุดไม่หยุด! สำหรับกรณีโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ "หงสาวดี" จากทางช่องวัน ที่ถูกจับตามองว่ามีความคล้ายคลึงกับการ์ตูนชื่อดัง "อโยธยาเอยาวดี" จนล่าสุดทางผู้ผลิตต้องร่อนจดหมายชี้แจงด่วน พร้อมเผยความจริงเรื่องการจ่ายเงินชดเชยที่ทำเอาหลายคนอึ้ง!

ทางช่องวันระบุว่า โปรเจ็กต์นี้เริ่มคิดมาตั้งแต่ละคร แม่หยัว จบลง โดยตั้งใจจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง พระนเรศวร และ พระมหาอุปราชา ที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งดันไป "บังเอิญ" คล้ายกับเนื้อหาในการ์ตูนแนวทางไม่ตรงกันทางช่องไม่อยากให้ละครออกไปในแนวชายรักชาย (Boy's Love) เหมือนในเวอร์ชันการ์ตูน เคลียร์จบด้วยเงินมีการติดต่อพูดคุยกับผู้วาดและจ่ายเงินชดเชยให้เป็นที่เรียบร้อย
โดยย้ำว่า "ต่อให้ไม่ติดต่อผู้วาด ก็จะผลิตเรื่องนี้อยู่ดี" เพราะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์


ด้านเพจดังอย่าง "หนังติดมันส์" ได้ออกมาไขข้อสงสัยเชิงกฎหมายที่น่าสนใจมากระบุว่า

เราต้องทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วโลกมีหลักสำคัญชื่อ Idea-Expression Dichotomy แปลตรงๆคือ ถ้าแค่ "ไอเดีย" มันจะไม่ถูกคุ้มครอง แต่ "วิธีเล่า- การนำเสนอ" จะถูกคุ้มครองยกตัวอย่างเลยนะ "เรื่องรักต้องห้ามในวัง" ใครคิดได้ก็ทำได้

แต่ถ้า "ซีนนี้ ตัวละครนี้ บทพูดนี้" เกิดถูกนำไปใช้ มันจะเริ่มมีสิทธิ์แล้ว
หากต้องคุ้มครองไอเดีย โลกจะไม่มีหนังใหม่เลย ทุกอย่างจะโดนล็อกหมด
เวลาเกิดข้อพิพาทขึ้นมา ในเคสที่มีการฟ้องร้องกัน มันไม่ได้วัดแค่ "เหมือน" แค่ไหน
แต่วัดว่าคุณไปก็อป "ของสำคัญ" มามั้ย?


ยิ่งเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่เข้าข่าย Public Domain ที่ใครจะเอาไปใช้ก็ได้
ทีนี้มันต้องวัดกันที่ ฉากเฉพาะที่คิดขึ้นใหม่ (ไม่ใช่ประวัติศาสตร์) โครงสร้างซีนแบบเฉพาะตัว รายละเอียดการเล่าแบบเป๊ะๆ

อย่างเคส หงสาวดี - อโยธยาเอยาวดี "ฉากน้ำปรุง" ต้องพิสูจน์ว่า มันเป็น "ซีนสำคัญจริงไหม?"
และอีกฝ่าย "เอาวิธีเล่าไปใช้" หรือแค่ "คิดคล้าย"

เอาความรู้สึกส่วนตัววัดไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องของสิทธิ์ การใช้อย่างชอบธรรม หรือแม้แต่หลักฐานและสัญญาต่างๆ

เคสดังๆอย่างหนังออสการ์ The Shape of Water กับบทละครที่ถูกบอกว่าบทหนังลอกมาอย่าง Let Me Hear You Whisper

มีโครงเรื่องหญิงทำความสะอาดในแล็บช่วยสัตว์ทดลองหนี ก็จบลงที่ศาลยกฟ้อง เพราะ"รายละเอียดไม่เหมือนกันพอ"

หนัง The Lion King และอนิเมะ Kimba the White Lion ที่ถูกสร้างเป็นการ์ตูนมาก่อน มีภาพ/ธีม/ตัวละคร "สิงโตเจ้าชาย" คล้ายกันมาก ก็ถกเถียงกันตลอดและดิสนีย์เองก็ปฏิเสธตลอด
หรือหนังBlack Swan กับอนิเมะ Perfect Blue

ซึ่งมีบางคนบอกว่าหนังลอกมา ก็มีภาพ ภาพกระจกที่สะท้อน สื่อว่าตัวตนแตก ก็คล้ายกันมาก จนตอนหลังผู้กำกับเองต้องบอกว่า ซื้อสิทธิ์บางฉากมาทำให้มันถูกต้องไปเลย

อย่างสมาคมเขียนบทอมริกาที่ขึ้นชื่อว่า ปกป้องกันสุดๆ เขามีระบบ Time Stamp เลยว่าใครคิดก่อนคิดหลัง ใครลงทะเบียนก่อน มีสิทธิ์ก่อน
อย่างเมืองไทย ที่ยังต้องพัฒนาเรื่องนี้
มันเลยมีที่มาของ สัญญา
เพราะกฎหมาย กันไอเดียไม่ได้
เลยใช้ "สัญญา" มาปิดช่องโหว่แทน

เพราะกฎหมายอย่างเดียวก็อาจจะ "เอาไม่อยู่"
ต้องมี สัญญาบวกระบบวงการ มาช่วย
ดราม่าแบบนี้มันเลยไม่เคยหายไปจากวงการหนัง...
เพราะสุดท้ายแล้ว "ไอเดียมันลอยอยู่ในอากาศ"
อยู่ที่ใครจะสามารถใช้กลไกที่ถูกต้อง มาคุ้มครองงานของตัวเองยังไง

#หงสาวดี
#อโยธยาเอยาวดี






เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?




เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?




เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?




เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?




เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?




เพจดัง อธิบายดราม่า หงสาวดี VS อโยธยาเอยาวดี แบบนี้ฟ้องได้มั้ย?



เครดิตแหล่งข้อมูล : FB หนังติดมันส์





เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม บันเทิงดารา


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์