ฟิล์ม-แอนนี่บทเรียน(รู้) ที่ไม่จบ

หากจะพูดว่าข่าว "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่มีเรื่องมีราว ถูกกล่าวหาว่าทำ "แอนนี่" รุ่งนภา บรู๊ค ตั้งครรภ์จนคลอด น้องฑีฆายุ หน้าตาน่ารักน่าชัง จะเป็นข่าวบันเทิงแห่งปีที่ฮอต

ฉาว และครองพื้นที่สื่อได้มากที่สุด ดูจะไม่ผิดนัก แม้ขณะเวลานั้น จะมีเรื่องใหญ่โตอย่างข่าวการประมูล 3 G ก็ยังถูกข่าวดังกล่าวเบียดบังพื้นที่สื่อ ให้กลายเป็นข่าวรองลงไปได้อย่างถนัดใจ  คนบันเทิงเป็นข่าวขึ้นหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจใคร่รู้ ไม่ว่าจะยุคไหน หรือสมัยใครเป็นนายกฯ หากข่าวยิ่งคาวก็ยิ่งขายได้ แม้หลายครั้งหลายคน(ปาก)จะปฏิเสธว่า ข่าวบันเทิงไม่สร้างสรรค์ ไม่จรรโลงใจ เสพไปก็เปลืองพื้นที่ในสมองเปล่าๆ แต่ถึงเวลาจริงๆ มีใครบ้างเล่า ที่ไม่อยากรู้ว่า ข่าวคราวความคืบหน้า ในเรื่องของฟิล์มและแอนนี่ เวลานี้ไปถึงไหนแล้ว
 
และสรุปว่าใครกันเล่าคือพ่อของเด็กที่แท้จริง

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่สื่อต่างๆ จะพยายามคุ้ย แคะ หาข้อเท็จจริง ข้อมูลเบื้องลึก เบื้องหลัง หาพยานแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงสาวและนักร้องดัง ไล่ถามตั้งแต่ระดับผู้บริหาร ไปยันวินมอเตอร์ไซค์หน้าคอนโดของแอนนี่ เพื่อที่จะให้ข้อมูลข่าวของสื่อตนเอง ดึงดูดความสนใจของประชาชนคนดู คนอ่านให้มากที่สุด

โดยเฉพาะตัวละครหลักอย่าง "ฟิล์ม" รัฐภูมิ ที่โดนกล่าวหา และตราหน้าว่าทำผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์

คือ นักร้องดังที่เป็นขวัญใจวัยรุ่น เป็นศิลปินเบอร์หนึ่งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ฝั่งลาดพร้าว ที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะส่งไปโกอินเตอร์ โดยนำร่องด้วยการให้ ออกอัลบั้มกับศิลปินสาวชาวเกาหลี เจอาร์ วงบราวน์ อาย เกิร์ลส พร้อมส่งขึ้นเวทียักษ์ใหญ่ระดับเอเชีย อย่าง เอเชีย ซอง เฟสติวัล รวมถึงยังมีงานหนัง บางกอกกังฟู ที่สู้อุตส่าห์ซุ่มฝึกซ้อมไว้อย่างหนัก เพื่อให้การแสดงออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด ร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ ในเรื่อง อาทิ มาริโอ เมาเร่อ และ "เป้" อารักษ์ อมรศุภศิริ



แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ทลายลงในพริบตา ภายหลังจากที่ข่าวถูกเปิดเผยในทุกแง่มุมแบบละเอียดยิบ ทุกอย่างจึงถูกระงับไปก่อน

โดย "เฮียฮ้อ" สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารอาร์เอส บอกว่าระงับงานทุกอย่างชั่วคราว เพราะอยากจะให้นักร้องในสังกัด ได้จัดการเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย งานไหนที่ฟิล์มยังทำได้ เฮียฮ้อก็ยังคงให้โอกาส แต่บางงาน ก็ต้องยกเลิกไป อย่าง เอเชีย ซอง เฟสติวัล ก็ต้องหลีกทางให้ "บี้" สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ไปขึ้นเวทีแทน และ บางกอกกังฟู ก็ต้องให้ "โทโมะ" วิศว ไทยานนท์ จากวงเค-โอติก มาเสียบแทน ส่วนมิวสิกวิดีโอเพลง เฟซทูเฟซ ที่ร้องร่วมกับนักร้องสาวเกาหลี แม้จะได้ปล่อยออกมาสู่สายตาประชาชน แต่ก็ไม่ถือว่าแรงเท่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ดี เรื่องของ ฟิล์ม-แอนนี่ เริ่มที่จะไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหญิงไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะตรวจดีเอ็นเอ ด้วยเหตุผลที่ว่า

เคยบอกให้ ฟิล์ม ไปตรวจแล้ว ตั้งแต่ครั้งตั้งครรภ์แรกๆ แต่ฝ่ายชายปฏิเสธไม่ไปเอง หากเธอยอมไปตรวจในครั้งนี้ ก็เท่ากับยอมรับข้อหาว่ามั่วผู้ชาย ในเมื่อแอนนี่ยืนยันแล้วว่า ที่ผ่านมาเธอคบหากับฟิล์มเพียงคนเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ทางฟิล์มเอง แม้จะบอกว่าครอบครัวและตัวเขายอมรับเลี้ยงเด็กชายฑีฆายุได้ แต่เพียงแค่ต้องการไขความกระจ่างที่ค้างคาใจเท่านั้น และไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่ายหญิงถึงไม่ยอมตรวจ ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มบอกการตั้งครรภ์ใหม่ๆ และร้องห่มร้องไห้ต่อว่าฝ่ายชายไม่เชื่อใจกันเลยหรือ

นี่คือข้อมูลที่ขัดแย้งกันตั้งแต่เริ่มต้น ยังไม่รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ถูกเผยตามออกมาในภายหลัง ที่เรียกว่าแทบจะเป็นหนังคนละม้วน คนหนึ่งบอกว่าเคยคบหาฐานะคนรัก แต่อีกคนบอกว่าคบหากันเพียงไม่นานนัก 

เมื่อความสงสัยใคร่รู้เริ่มก่อตัวในสังคม ว่าระหว่าง แอนนี่ และ ฟิล์ม ฝั่งไหนกันแน่ที่พูดความจริง ตัวละครแล้ว ตัวละครเล่า จึงเริ่มถูกลากเข้ามาแสดงบทบาทใหม่ในแต่ละวัน ต่างฝ่ายต่างมีพยานออกมาช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ในฝั่งของตน ไม่ว่าจะเป็น พจน์ อานนท์ ที่ออกมาพูดโต้ตอบให้ในเรื่องเจาะลึก ตอบข้อซักถามแทนฟิล์มในกรณี ที่ทำไมนักร้องหนุ่มไม่ใส่ถุงยางป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ว่าเพราะดาราสาวบอกฟิล์ม ว่าใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว สามารถเชื่อใจได้ ว่าจะไม่เกิดการตั้งครรภ์แน่ รวมไปถึงเรื่องที่ เฮียฮ้อ ที่ออกมาพูดสิ่งที่ช็อกคนฟังว่า แอนนี่ ได้ทำในสิ่งเดียวกับที่ทำกับฟิล์ม คือโทรบอกชายหนุ่มที่คบด้วยแล้วเรียกเงิน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "จุ๊น" กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข เรียกว่าเป็นการให้ข่าวอย่างมั่นใจ เพราะเฮียฮ้อบอกว่า ได้รับข้อมูลจากหนึ่งในผู้บริหารของช่อง 3 ซึ่ง สมรักษ์ ณรงค์วิชัย โดยบอกว่าจุ๊นได้เข้ามาขอปรึกษาว่าจะทำอย่างไรกับการที่ถูกเรียกเงินดี


แต่ทางฝั่ง จุ๊น ที่ถูกอ้างถึง กลับกลายเป็นพยานทางฝั่งของแอนนี่ และช่วยยืนยัน ว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และไม่มีความสนิทสนมกับแอนนี่ใดๆ ทั้งสิ้น

พร้อมทิ้งระเบิดว่า เขาไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใคร และขอลาออกจากวงการบันเทิง และการเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 รวมไปถึง ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นักสังคมสงเคราะห์ที่ออกมาฉะใส่ฟิล์มที่ไม่ยอมรับว่าเป็นพ่อของเด็ก คำพูดที่ออกมารุนแรงถึงพริกถึงขิง จนทำให้นางโคมมนต์แม่ของฟิล์มที่ได้ยิน เสียใจถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาลกันทันที

ขณะที่เฮียฮ้อ ดูเหมือนจะหน้าแตกยับ และโดนสังคมรุมประณามการนำผู้หญิงออกมาประจาน เช่นเดียวกันกับที่ สมรักษ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตช่อง 3 ก็โดนตำหนิจากหลายฝ่าย แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังมี เมธี อมรวุฒิกุล หนึ่งในผู้ที่เคยคบหากับแอนนี่ ที่ออกมาช่วยย้ำอีกว่า เขาเองเคยโดนนักแสดงสาวอ้างว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้วเรียกเงิน จึงทำให้ต้องเลิกรากันไป ซึ่งการออกมาพูดครั้งนี้ ก็สร้างความไม่พอใจให้กับสมาคม และองค์กรด้านสิทธิสตรีต่างๆ ไม่พอใจ ออกมารวมตัวเคลื่อนไหวประท้วงบรรดาผู้ชายที่ดูถูกความเป็นผู้หญิง จนวุ่นวายอีนุงตุงนังยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง นี่ยังไม่รวมถึงตัวละครอื่นๆ ที่พร้อมจะผุดตามขึ้นมาอีกเป็นกระบุงหากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหยุดที่จะเคลื่อนไหวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายฟิล์ม แอนนี่ หรือแม้กระทั่งสื่อ!

อันที่จริงข่าวผู้ชายทำผู้หญิงท้องแล้วทิ้ง หรือผู้หญิงจ้องจับผู้ชายแล้วปล่อยให้ตัวเองตั้งท้อง เรียกว่ามีให้ได้ยินจนกลายเป็นชินชา ทว่านี่คือข่าวของคนดัง

เสียงเรียกร้องจึงดังกว่าปกติ แต่หากจะถามว่า ถึงวันนี้มีใครได้รับความกระจ่างชัดจาก "ฟิล์ม-แอนนี่" เรื่องนี้แล้วหรือไม่ คำตอบคือไม่...ยกเว้นแค่ตัว "แอนนี่" เอง แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บคำตอบไว้ พร้อมๆ กับการทำหน้าที่แม่และพ่อในตัวคนเดียวกัน พร้อมกับอีกหลายงานที่เจ้าภาพอยากให้เธอไปร่วมงาน แต่ขณะเดียวกัน ไม่มีใครตอบได้ว่าสายตาที่จับจ้องมาที่เธอนั้น จะมองด้วยแววตาชื่นชมเหมือนกันทุกคู่หรือไม่ เช่นเดียวกันกับ "ฟิล์ม" เอง ที่ความนิยมในตัวเขา คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมลดน้อยถอยลงไป บางคนอาจจะเข้าใจ แต่บางคนอาจถึงขั้นเสื่อมศรัทธาในตัวศิลปินที่เคยชื่นชอบไปอย่างช่วยไม่ได้

แม้ ฟิล์ม จะไม่ได้รับคำตอบให้ตัวเองอย่างแน่ชัด แต่ชีวิตทุกคนย่อมต้องเริ่มต้นใหม่

 เมื่อพายุเบาบางลงไป การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ จึงเป็นสิ่งที่เขาจะต้องทำนับจากนี้ พร้อมกับวัดดวงกันว่าจะสามารถกลับมารุ่งบนเส้นทางนี้ได้อีกหรือไม่ ภายหลังจากที่ปล่อยให้เรื่องเงียบซา ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ทั้งฟิล์มและแอนนี่ รวมถึงคนที่มีชื่อเอี่ยว ต่างก็ได้รับบทเรียนอันแสนแพงในชีวิตกันไปอย่างถ้วนหน้า รวมไปถึงเรื่องฟ้องร้องของแต่ละฝ่ายที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงตรงที่ใด

แล้วคุณคิดว่าตัวเองได้บทเรียนอะไรจากการเสพข่าวของ "ฟิล์ม-แอนนี่" บ้าง ...


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์