วิกกี้-สุนิสา เด็กบ้านแตกที่ไร้ปม

พอได้ยินชื่อ "วิกกี้"สุนิสา เจทท์ ใคร


หลายคนเข้าใจว่านางเอกสาวคนนี้ต้องเป็นลูกครึ่งแหง แต่เจ้าตัวยืนยันเลือดไทย 100% จ้า!! คนชอบมองว่ากี้เป็นลูกครึ่ง เพราะหน้าตาออกไปในโทนลูกครึ่ง อีกทั้งด้วยชื่อนามสกุลด้วยทำให้คนเข้าใจผิด

ซึ่งชื่อวิกกี้มาจากตอนนั้นพ่อแม่เจอกันที่อเมริกา

แล้วมีพี่ชายกับกี้ที่อเมริกา ก็อยากให้ลูกมีชื่อเล่นเป็นภาษาอังกฤษ แต่ความจริงแล้วเราเป็นไทยแท้ค่ะ" วิกกี้กล่าว

วัยเด็กของกี้เป็นอย่างไร?


"กี้เกิดที่รัฐแมรีแลนด์ อเมริกา พ่อแม่เรียนต่อที่โน่นเจอกันแล้วแต่งงานกัน กี้มีพี่ชาย 1 คน ชื่อไรอัน อายุห่าง 4 ปี กี้อยู่ที่อเมริกาจนอายุ 1 ขวบก็ย้ายกลับมาเมืองไทย ใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ ตอนนั้นซนมากๆ และค่อนข้างดื้อ นิสัยคล้ายๆ ผู้ชาย ไม่ชอบใส่กระโปรง ถ้าโดนจับใส่กระโปรงจะร้องไห้เลย

ความซนของกี้คือชอบโดดจากโน่นมานี่ เป็นคนปีนทุกอย่าง

คุณแม่จะเป็นคนที่เข้มงวดในเรื่องกิริยามารยาท ไม่ให้นั่งไขว่ห้าง ไม่ให้เคี้ยวหมากฝรั่ง ไม่ให้ผิวปาก แต่ทุกอย่างกี้ทำหมดเลย (หัวเราะ) แม่จะสอนให้เรามีความเป็นไทยมากๆ เวลาเราทำผิดแม่จะใช้ไม้แขวนเสื้อตีเลย (หัวเราะ) แต่คุณพ่อจะสบายๆ ค่ะ"



ชีวิตครอบครัวเป็นอย่างไร?


"พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่กี้ยังเด็ก จำไม่ได้ว่าอายุเท่าไหร่ เท่าที่จำความได้เราไม่เคยขาดความอบอุ่นเลย แม่จะมาบอกว่าเลิกกับพ่อตอนที่กี้โตแล้วน่าจะ 8 ขวบ จำได้ว่าเสียใจแป๊บเดียวก็หาย เพราะยังไงพ่อก็ยังรักเราอยู่

เรารู้สึกว่าเขาให้ความรักเราเต็มที่ค่ะ

กี้เคยถามแม่เหมือนกันว่าทำไมเลิกกับพ่อ มันนานแล้วจำไม่ได้เหมือนกันว่าแม่ตอบว่าอย่างไร แต่สุดท้ายคือกี้อยากให้เขามีความสุข และกี้ก็รู้สึกว่าทั้งพ่อและแม่ทำทุกอย่างให้เรามีความสุข กี้ไม่เคยเอาตรงนี้มาเป็นปมด้อยค่ะ"

กี้ย้ายกลับไปที่แมรีแลนด์อีกครั้งเมื่อไหร่?


"ตอนประมาณ 9 ขวบค่ะ กี้ คุณพ่อ พี่ชายย้ายกลับไปก่อน คุณพ่อแต่งงานใหม่แล้วก็ย้ายครอบครัวใหม่ไป และแม่ตามไปทีหลังเพราะอยากอยู่ใกล้ลูก แม่ไปอยู่ที่นั่นได้ระยะหนึ่งก็แต่งงานมีครอบครัวใหม่ แต่บ้านพ่อกับแม่อยู่ไม่ไกลกัน ก็ย้ายไปอยู่บ้านพ่อบ้าง บ้านแม่บ้างค่ะ"

กี้เข้ากับครอบครัวใหม่ของพ่อกับแม่ได้ดีหรือเปล่า?

"เข้ากันได้ดีค่ะ คุณแม่อีกคนหนึ่งเป็นเหมือนพี่สาวกี้เลย กี้โชคดีที่คุณพ่อกี้ได้เจอคนที่ดี ไม่มีปัญหาเหมือนในละครน้ำเน่าเลยค่ะ (หัวเราะ) ค่อนข้างลงตัว กี้เข้ากับครอบครัวใหม่ของพ่อได้และเข้ากับครอบครัวใหม่ของแม่ได้ กี้ถือว่าโชคดีมีหลายพ่อหลายแม่มาก"

กลับไปอีกครั้งปรับตัวยากมั้ย?


"แรกๆ ยากเหมือนกัน กี้รู้สึกว่าทำไมเด็กฝรั่งชอบแกล้ง ไม่มีมารยาท ชอบมองเราแปลกๆ ความที่เด็กเอเชียไปเรียนที่นั่นไม่เยอะทำให้เรารู้สึกไปเองว่าเขาจะมองว่าเราแตกต่างหัวดำอยู่คนเดียวหรือเปล่า แต่สุดท้ายเรื่องสีผิวที่ต่างกันมันไม่ใช่ปัญหา"

ตอนอยู่ที่โน่นแววทางด้านการแสดงมีหรือยัง?

"ยังค่ะ แต่โดยนิสัยกี้จะกล้าแสดงออกมากกว่าพี่ชาย ไรอันจะเงียบๆ นิ่งๆ กี้จะร่าเริงซนๆ ออกบ๊องๆ และกิจกรรมที่กี้ชอบอย่างเดียวเลยคือกีฬา อย่างอื่นไม่เอาเลย

ชีวิตที่ต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?


"คุณพ่อเปิดปั๊มน้ำมัน กี้จะช่วยทำงานเป็นแคชเชียร์ ล้างห้องน้ำ ปลูกต้นไม้ ขุดดิน เป็นเด็กปั๊มเลยทำทุกอย่าง พ่อไม่ได้เลี้ยงแบบคุณหนู กี้ทำงานมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ พ่อจะให้เป็นค่าขนม หลังจากนั้นพ่อเปิดร้านอาหาร กี้ก็ทำทุกอย่างยกเว้นทำกับข้าวเพราะทำไม่เป็น พ่อแม่สอนให้ทำงานตลอดไม่เคยว่าง"

กลับมาเมืองไทยอีกครั้งตอนไหน?

"ตอนอายุ 17 ปีค่ะ กี้มาต่อม.6 ที่เมืองไทย ที่มาเพราะไปแคสติ้งโฆษณาแล้วเจอพี่ปิ๊ก (ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์) ซึ่งเขาช่วยแคสต์นักแสดงที่จะมาเล่นหนังเรื่อง "ฟ้า" แล้วเขาชวนให้ไปแคสต์แล้วเราก็ได้เล่น ตอนนั้นคิดว่าจะลองดูกับงานแสดง แต่พอลองดูก็เลยไม่ได้กลับไปอีกเลย และย้ายมาเรียนที่นี่ค่ะ"

ตอนเล่นหนังเรื่อง "ฟ้า" กี้อยากเป็นนักแสดงหรือเปล่า?


"ไม่ค่ะ ยอมรับเลยว่าต่อต้าน คิดอย่างเดียวว่าไม่อยากย้ายกลับมาเมืองไทย กลัวกลับไปเรียนไม่ทันเพื่อน และตอนนั้นอายด้วยยังแสดงไม่เป็น แต่คุณพ่อเกลี้ยกล่อมจนเล่นค่ะ ค่าตัวเรื่องแรกได้ประมาณหลักแสนถือว่าเยอะมาก ดีใจมาก รู้สึกว่าไม่เลวที่ได้หาเงินช่วยพ่อแม่ แต่ก็ยังไม่ติดใจงานแสดง เพราะตอนนั้นกี้ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร เรายังดื้ออยู่"

มาอยู่วงการต้องปรับตัวเยอะหรือเปล่า?

"ปรับตัวหลายอย่าง ตอนนั้นรู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัว ตอนแรกไม่ชอบตรงนี้เลย แต่ก็ได้พี่ปิ๊กคอยเตือนคอยสอน สอนให้คิดก่อนพูดเพราะกี้เป็นคนที่พูดตรง การที่คนเราพูดตรงไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ถ้าเราไม่รู้จักใช้คำพูดมันจะดูก้าวร้าว"

ดูเหมือนงานแสดงกี้จะไม่ค่อยเยอะเท่าเพื่อนๆ นักแสดงบางคน?


"ค่ะ ช่วงนั้นติดเรียนทำให้รับได้ไม่มาก พอเรียนจบบางครั้งบทที่ติดต่อให้เล่นยังไม่ถูกใจ ซึ่งของแบบนี้มันอยู่ที่จังหวะและดวง กี้ไม่น้อยใจ ไม่คิดมากเรื่องนี้ค่ะ"

หลังๆ มาเปลี่ยนลุกส์ตัวเองดูเซ็กซี่ขึ้น หลังจากถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ?

"ไม่ได้เปลี่ยนหรอก (หัวเราะ) อย่างถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำ กี้ใช้เวลาตัดสินใจนานเหมือนกัน เราถือว่าโตและพร้อมแล้ว คุยคอนเซ็ปต์แล้วว่าถ่ายออกมาเป็นตัวของกี้ซึ่งดูแข็งแรงๆ ค่ะ กี้ชอบออกกำลังกาย ชอบเล่นน้ำทะเลอยู่แล้ว เวลาไปเที่ยวก็ใส่ทูพีซ ก็เหมือนเราได้ไปเที่ยวไม่ได้รู้สึกว่าไปทำงานไปโชว์เซ็กซี่

ตอนโพสท่าถ่ายไม่รู้สึกเขินแต่ท่าที่โพสยากมาก เราเกร็งไปหมดเลยต้องกินยาแก้ปวดเลย กี้ว่าได้มาอยู่ตรงนี้ครั้งหนึ่งในชีวิตมันไม่เสียหายที่เราจะมีรูปแบบนี้เก็บไว้ ก่อนที่เราจะมีครอบครัวและหุ่นเราไม่ใช่แบบนี้แล้ว"

ถ้าให้ดูตัวเอง กี้ว่าเซ็กซี่หรือเปล่า?


"มันอยู่ที่องค์ประกอบหลายๆ อย่าง กี้ว่าผู้หญิงสามารถเซ็กซี่ได้ถ้าเขามีความมั่นใจ มันไม่ใช่แค่ข้างนอก คิดว่าอยู่ที่นิสัย ความมั่นใจข้างใน แววตา และถ้าคนมองว่าเราเซ็กซี่ ก็รู้สึกว่าเป็นคำชมและรู้สึกขอบคุณ แต่ไม่ได้คิดว่าต้องเปลี่ยนลุกส์ให้เซ็กซี่"

9 ปีที่ผ่านมาวงการบันเทิงเป็นอย่างไร ?

"ถ้าเป็นด้านบวกคือสอนให้โตขึ้น มีความรับผิดชอบ รู้จักการใช้เงิน ทำให้เราได้ดูแลครอบครัว ได้เจอคนหลายรูปแบบให้ประสบการณ์ชีวิตเราเยอะ ถ้าด้านลบก็คือเสียความเป็นส่วนตัวค่ะ"

ตอนนี้วางแผนอนาคตไว้ยังไง?


"ก็อยากมีธุรกิจส่วนตัวอีกนอกจากโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ร่วมเปิดกับคุณพ่อ แต่ตรงนี้เป็นเรื่องของอนาคต มันอยู่ที่ปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่สำคัญต้องมีเงินค่ะ (หัวเราะ)

ส่วนเรื่องต่อโทเอาไว้ก่อน ดูก่อนว่าจะทำอะไรกับชีวิต

ถ้าอยากทำงานอย่างอื่นที่ต้องใช้ความรู้ระดับปริญญาโทก็คงต้องเรียน ตอนนี้กี้ให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่า เพราะอาชีพในวงการบันเทิงอายุงานมันสั้น เราจะเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ"

เรียกว่ามีโอกาสต้องรีบคว้าไว้ก่อน

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์