ช่อง 3 ปลดฟ้าแลบ บุญยอด สุขถิ่นไทย เจ้าตัวเชื่อการเมือง เหตุชอบสวนทางรัฐฯ

"ช่อง 3" ปลดฟ้าแลบ "บุญยอด สุขถิ่นไทย" เจ้าตัวเชื่อการเมือง เหตุชอบสวนทางรัฐฯ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2549 15:38 น.

"ช่อง 3" เด็ดขาดปลดสายฟ้าแลบผู้ประกาศข่าวฝีมือดี "บุญยอด สุขถิ่นไทย" จากรายการ "ข่าววันใหม่" ให้เหตุผลต้องการปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบของรายการใหม่ เจ้าตัวออกอาการเซ็งแต่ยอมรับคำสั่ง มั่นใจเรื่องการเมืองเหตุเพราะวิพากษ์ไม่เห็นด้วยกับทางรัฐบาล

กลายเป็นเหยื่อเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่ในตอนนี้ไปอีกคนสำหรับคนสื่อสารมวลชน-ผู้ประกาศข่าวนิสัยดี "บุญยอด สุขถิ่นไทย" หลังถูกช่อง บ.บีอีซีฯ ปลดออกจากรายการ "ข่าววันใหม่" ของช่อง 3 แบบสายฟ้าแลบเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยให้เหตุผลต้องการปรับรายการใหม่ทำเอาผู้ประกาศข่าวหนุ่มถึงกับออกอาการเซ็ง มั่นใจมูลเหตุมาจากเรื่องการเมืองที่ตนมักจะวิพากษ์วิจารณ์และไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับทางฝ่ายรัฐบาล

"เมื่อคืนนี้เอง เหตุผลที่เขาให้คือว่าจะมีการปรับปรุงรายการข่าววันใหม่ที่มันมีพาร์ทของพี่ที่เคยทำมาครึ่งชั่วโมงที่มารวมกับฝ่ายข่าวที่มันจะมีรอบทิศทั่วไทยทั่วโลก คล้ายๆ ตระเวนข่าวกับกีฬาเข้ามาแปะ อันนี้เพิ่งทำได้ประมาณเดือน 2 เดือนนี้"

"ทางผู้บริหารก็ฝากให้ฝ่ายประสานงานโทรมาให้เหตุผลว่าเนื่องจากว่าปรับรายการตรงนี้ก็เลยต้องปรับพิธีกร บอกเราว่าให้มาดำเนินงานเมื่อคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย แล้ววันที่ 10 คือวันนี้ไม่ต้องมา ตอนแรกเขาบอกอย่างนี้ก่อนนะ เราก็ถามกลับไปว่าถามผู้บริหารซิว่าทำไมต้องปรับรายการวันที่ 10 ก.พ.ทำไมไม่รอวันที่ 1 มี.ค.หรือ16 ก.พ."

"น้องคนนั้นหายไป 15 นาทีโทรกลับมาว่าเดี๋ยวเขาจะทำจดหมายอธิบายมาให้เรารู้ถึงเหตุผล แต่เอาเป็นว่าวันนี้ไม่ต้องมาจัดเลยแล้วกัน นั่นแหละคือคำตอบ เพราะฉะนั้นก็ผมก็ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น...คือจริงๆ ตามมารยาทมันก็ต้องแจ้งกันล่วงหน้าก่อน สัก 15 วันน่ะ"

"เอ้าเราทำงานมาตั้งปีกว่า ตั้งแต่ พ.ย.ปีที่แล้วทำกันมาทุกวันทำจนถึงเดือนนี้ ทำมาตั้งแต่เริ่มต้น"

ไม่เชื่อเหตุผลการปรับรูปแบบรายการจะเป็นสาเหตุสำคัญ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการเตือนให้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ที่สำคัญเป็นตนคนเดียวเท่านั้นที่โดนปรับออก
"ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีคำเตือน ไม่เคยบอก แล้วใน 4 คนนี้ก็มีผมคนเดียวได้รับการบอกว่าจะปรับพิธีกร พิธีกรมี 4 คนทำไมต้องมาปรับที่ผมคนเดียวแล้วปรับทันที"

"เท่าที่ผมได้ทราบแหล่งข่าวบอกว่ามีคำพูดจากทำเนียบรัฐบาลถามมาที่ช่อง 3 ว่า ช่อง 3 ได้ให้ไฟเขียวกับผู้ประกาศข่าวหรือผู้ดำเนินรายการหรือผู้วิเคราะห์ข่าวสนทนาอะไรทั้งหลายหรือเปล่า ผมไม่โทษช่อง 3 นะผมคิดว่าช่อง 3 เขาก็ทำอะไรไม่ได้แต่ผมกำลังจะถามว่าคนรัฐบาลเป็นใคร ทำไมถึงไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนที่จะทำงาน ทำไมยังล้วงลูกอยู่เสมอ ทำไมยังทำงานเหมือนพฤษภาทมิฬ ปี 35 เรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ต่อไป"

มั่นใจเรื่องของการเมืองอย่างแน่นอน
"ใช่ อย่างเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีการเตือนมาก่อนแล้วว่าเรื่องเรียลิตี้ ที่อาจสามารถ เรื่องม็อบวันที่ 4 ก.พ.ไม่ให้วิจารณ์ให้รายงานตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ไม่เห็นมาพูดเลยว่าผมพูดอะไรผิด ไม่มีการบอกว่าตรงนั้นผิดนะตรงนี้ผิดนะ"

"อีกอันหนึ่งที่ผมคิดได้ในเช้านี้คือว่าเพราะผมทำงานที่ นิวส์ วันใช่มั้ย ผมเป็นผู้ประกาศข่าวของนิวส์ วันด้วยใช่มั้ยแค่นั้นเองเหรอ เหตุผลที่สำคัญมันไม่ใช่การทำงานที่ช่อง 3 แล้วล่ะ ที่สำคัญคือว่าภาพที่มาอยู่กับนิวส์ วัน ซึ่งเราก็เชื่อว่าเราทำหน้าที่เป็นกลาง ที่นิวส์ วันเราอ่านข่าวแค่ตอนเที่ยงเท่านั้นเอง อ่านข่าวที่ไม่มีคอมเมนต์เลยเป็นผู้ประกาศ แต่ช่อง 3 ผมเป็นผู้ดำเนินรายการเป็นคนละภาพกัน"

กับเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ประกาศข่าวชื่อดังบอกว่ามีความเสียใจอยู่บ้างแต่พร้อมยอมรับคำสั่งและไม่ขอกล่าวโทษช่อง 3 เพราะเชื่อว่าน่าจะโดนบีบมาเช่นกัน
"ก็เสียใจ รู้สึกว่าสิ่งที่รัฐบาลพูดว่าจะให้เสรีภาพ สิ่งที่รัฐบาลบอกว่าจะให้นำเสนออะไรต่างๆ ได้กับการกระทำของรัฐบาลบางคนเนี่ยมันไม่ได้เป็นไปด้วยกัน จะมีการล้วงลูกอยู่เสมอ ยังมีคำสั่งลับๆ เข้ามาอยู่เสมอ ยังมีคำถามแปลกๆ ตามมาอยู่ตลอด"

"เพราะฉะนั้นจะไปดูได้ที่ตัวงาน ก็ขอให้ประชาชนไปช่วยดูที่วันงานละกัน เหมือนกับวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาที่ว่าจะมีการปิดหูปิดตาประชาชนมั้ย หรือสื่อมีอิสระในการรายงานจริงรึเปล่า เพราะฉะนั้นวันที่ 11 ก็ขอให้จับตาดูกันว่าทั้งวันที่ 11 นั้นน่ะมันจะมีขบวนการเข้าไปปิดบังข้อมูลข่าวสารยังไงบ้างหรือสื่อจะมีโอกาสมั้ยที่จะได้นำเสนอภาพเหตุการณ์ที่แท้จริง"

"เราไม่โทษช่อง 3 เลยนะเพราะเราเข้าใจ ช่อง 3 คงต้องถูกโดนคำสั่งมา โดนคำถามามานี่แหละ เราไม่พอใจกับคนรัฐบาล เพราะคนในทำเนียบรัฐบาลถามมาว่าเปิดไฟเขียวให้วิจารณ์เหรอ"

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ปิดหูปิดกั้นสิทธิการรับรู้ของประชาชนโดยแท้จริง พร้อมแสดงความหนักใจเพราะเชื่อว่าในอนาคตถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่การทำงานของสื่อก็จะเป็นไปในทางเดียวกันนั่นก็คืออยู่กับทางฝ่ายรัฐบาล ใครค้านก็จะถูกทำลาย ซึ่งคนที่รับผลร้ายไปทั้งหมดก็คือประชาชนที่จะไม่ได้รับรู้ข่าวสารอย่างแท้จริง
"แสดงว่าเขาต้องการครองสื่อ แล้วเขาก็ไม่มีกสช.เนี่ยเขาก็ใช้อำนาจเต็มที่ เขายังทำทุกอย่างเหมือนเดิม ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยแล้วเนี่ยก็ทำไม่แตกต่างจากรัฐบาลรสช.ในยุคนั้น การกระทำของคนรัฐบาลเป็นแบบนั้น"

"สื่อจะทำงานกันยังไง ก็ต้องถามคนอื่นๆ ดู มันกระอักกระอ่วนมั้ย เวลาไปทำแล้วจะออกมาเขียนอะไรต่างๆ หรือจะใช้ภาพ หรือจำนวนเนื้องาน ปริมาณ ตัวคนทำงานน่ะอึดอัดแต่ตัวบก.ผู้ควบคุมน่ะอึดอัดกว่าว่าตกลงจะบาลานซ์ยังไง จะทำยังไง ก็เป็นการทำงานที่ยากลำบากถ้าหากว่าคนในรัฐบาลยังเป็นแบบนี้"

"ก็ไม่รู้น่ะว่าจะไปเปลี่ยนแนวคิดเขาได้ยังไง เขาควรจะต้องยอมรับเขาควรจะต้องกลับไปขยันอ่านขยันคิดน่ะนะ คนในรัฐบาลควรไปขยันอ่านขยันคิดเหมือนคำขวัญวันเด็กของนายกฯ นะว่าไปอ่านรัฐธรรมนูญน่ะมาตรา 41 มากขึ้น อ่านรายละเอียดให้เยอะขึ้น"

เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเมื่อถามว่ารู้สึกท้อมั้ย "บุญยอด" บอกว่าไม่ท้อเท่าไหร่ หากแต่รู้สึกเซ็งมากกว่า เพราะเมื่อไม่นานมานี้ตนเองก็เพิ่งจะเคยเกิดกรณีเช่นนี้มา
"ไม่หรอก รู้สึกเซ็งน่ะ เอาอีกแล้วนี่คือการถูกปลดครั้งที่ 2ครั้งแรกถูกปลดที่ 101 ด้วยเหตุผลเดียวกันเลยเมื่อก่อนเลือกตั้ง 2 - 3 เดือน แต่อย่างไรเราก็คงจะทำงานไปเหมือนเดิมก็คงทำงานเท่าที่ทำได้เพราะเรายังเชื่อว่าเรามีจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่"

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้