เลิกยาแล้ว! หนึ่ง มาฬิศร์ พร้อมรับงาน ลั่นไม่สนคำครหา

เลิกยาแล้ว! "หนึ่ง มาฬิศร์" พร้อมรับงาน ลั่นไม่สนคำครหา

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2548 16:51 น.

ตั้งแต่โดนจับคาบ้านในข้อหาเสพยาอี กระทั่งโดนต้นสังกัดช่อง 7 แบนงาน นักแสดงหนุ่ม "หนึ่ง มาฬิศร์ เชยโสภณ" ก็หายจากวงโคจรบันเทิง ล่าสุดบังเอิญไปเจอเจ้าตัวในงานเปิดตัว "A|X Armani Exchange" จึงปรี่เข้าไปถามทุกข์สุขซะหน่อย ซึ่งหนึ่งได้เปิดใจว่า....

"ตอนนี้สบายดีก็ไม่เป็นอะไรครับ ตามกฎหมายแล้วมันจะมี พ.ร.บ ฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ติดยาเสพติดปี 45 บังคับใช้ปี 46 ระบุไว้ว่าผู้ที่เสพจำนวนไม่ถึงห้าหน่วยถือว่าเป็นผู้ป่วย เพราะฉะนั้นการที่เราเป็นผู้ถูกกล่าวหาปุ๊บ สน.ส่งตัวมาที่ศาลก็จะแทงว่าเราเป็นผู้ป่วย ก็คือไม่ต้องขึ้นศาลไม่ต้องมีทนาย ส่งบำบัดอย่างเดียวเลย"

"ขั้นตอนของการบำบัดก็คือเป็นผู้ป่วยในกับผู้ป่วยนอกหรือว่าจะส่งไปฝึกซึ่งมีคณะกรรมการพิจารณา ตอนนี้ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ"

"ไม่ต้องไปสถานีตำรวจแล้ว คือตำรวจไม่มีสิทธิ์มายุ่งไม่ต้องโดนใส่กุญแจมือ ไม่มีสิทธิ์อะไรเลยเพราะถือว่าเราเป็นคนปกติ คือผู้ป่วยบำบัดเสร็จก็คือจบประวัติที่มีก็จะถูกลบออก แล้วก็มีเคสเมาแล้วขับอันนั้นมีประวัติอาชญากรรมตลอดแต่ผมไม่มี ถ้าไปไหนมีนักข่าวหรือคนปกติพูดว่านั่นไงดาราติดยา ผมฟ้องหมิ่นประมาทได้ตามกฎหมายที่คุ้มครองเราเพราะเราเหมือนกับแขนหักรักษาก็หาย"

กับกระแสข่าวต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ค่อนข้างแรง รู้สึกอย่างไร?
"ผมไม่อยากจะพูด ถ้าจะให้พูดแก้ตัวขอไม่พูดดีกว่า เหมือนกับว่าเราขับรถฝ่าไฟแดงเราทำผิดกฎหมายนี้ก็รับสภาพไปตามปกติ ทำผิดก็ต้องรับผิดแต่ถ้าจะใส่ร้ายหรือจะมองว่าเราเลวร้ายไปกว่านั้น...ก็ห้ามความคิดไม่ได้ คือเราไม่ใช่โกงกินประเทศชาติ ไม่ได้ฆ่าคนตาย ผมรับผิดตามที่ผมทำเท่านั้น จบ ส่วนเรื่องที่ว่า....ผมโอเครับสภาพตามกฎหมาย แต่ที่ไม่ชัวร์คือเรื่องของวงการบันเทิงว่าจะยังไง ถ้าคนนอกมองก็คือมีทั้งคนเห็นใจ ทั้งโกรธ คนสมน้ำหน้าเท่านั้นเอง"

"กับภาพลักษณ์ที่เสียไปผมเฉยๆ เพราะคนเรามีทั้งดีและไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าคนจะเกลียดผมมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา คนจะเห็นใจผมก็เป็นสิทธิ์ของเขาซึ่งผมก็ขอบคุณ คนที่เกลียดผมก็เป็นเรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับผมมันคนละส่วนกันอยู่แล้ว"

ในทางกฎหมายแม้จะสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ ทว่าเจ้าตัวกลับยังไม่เคลียร์ว่าโดนต้นสังกัดช่อง 7 แบนงานกี่ปีกันแน่เพราะไม่มีลายลักษณ์อักษรชี้ชัด อีกทั้งสอบถามไปยังผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้ความเห็นใดๆ
"จริงๆ ก็คุยกันตลอดล่ะครับ แต่ตอนนี้ต้องคุยอีกทีว่าจะยังไง ไม่แน่ใจเหมือนกัน จริงๆ แล้วโดยกฎหมายนี่คือถ้าผมทำงานปกตินายจ้างต้องรับเข้าทำงาน สมมติรับราชการถ้ารักษาเสร็จก็ต้องรับเข้าทำงานเหมือนเดิม แต่เรื่องที่ว่าแบน 2 ปีเนี่ย เท่าที่เช็คกับทางช่องไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กำหนดขึ้นมา มันเป็นเหมือนว่าเป็นการพูดกันไว้แต่ไม่มีลายลักษณ์อักษรอะไรตรงนี้เลย ตอนนี้ผมพยายามเช็คอยู่แต่ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไง"

"ตรงนี้เหมือนกับว่าเราต้องพักไปก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่ามัน 2 ปีหรือเท่าไหร่เพราะบางเล่มก็บอกว่า 5 ปี แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ มันแค่ไหน ห้ามออกมาในจอทีวีหรือห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับวงการ คือมันไม่มีอะไรชัดเจนก็เลยยังไม่ทราบ ทางช่องเองก็บอกเหมือนกันว่าเขาแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คือเราไม่เคยมีปัญหา ถ้ามีก็ไม่ทำให้งานเสียทางช่องก็ไม่ว่าอะไร เขาเข้าใจสภาพเป็นมาเป็นไป"

"กับการโดนแบนงาน จริงๆ ผมก็ยอมรับในระดับหนึ่ง แต่กฎหมายคุ้มครองเราแค่ไหนอันนี้เรารู้อยู่ ถึงได้บอกไอ้ที่ไม่แน่ๆ....คือผมพยายามจะหาเรื่องราวที่เป็นลายลักษณ์อักษรออกกฎมาว่าแบน 2 ปีนะ แล้วก็หาหนังสือรับรองด้วยแต่ยังหาไม่ได้ เหมือนกับว่าเป็นการพูดๆ กันว่าต้องโดน 2 ปี เพราะผู้ใหญ่เองก็ยังตอบไม่ได้เพราะว่ามันไม่มีหนังสือขึ้นมา"

ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ดาราหนุ่มเผยว่าคงดำเนินชีวิตตามปกติ อาจจะไม่เต็มร้อยอย่างแต่ก่อนแต่จะทำให้ดีเท่าที่ทำได้ ส่วนงานในวงการบันเทิงก็คงต้องดูกันอีกที
"ปกติครับ คือตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าตั้งแต่เรื่องนั้นเสร็จผมก็ยังไปไหนมาไหนปกติ บางคนบอกว่าโลโพรไฟล์หน่อย ไปอยู่บ้าน ไปอยู่ต่างจังหวัดสิ แต่ไม่เห็นจำเป็นเลยนี่ครับ ก็ใช้ชีวิตตามปกติเท่าที่ทำได้ อาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็พยายามทำให้ปกติที่สุดครับ"

"งานอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไร (ตอนนี้คือพร้อมรับงานแล้ว?) รับก็ได้แต่ทั้งนี้ก็คือเป็นห่วงผู้ใหญ่เหมือนกัน ถ้าเกิดผมรับงานแล้วทางสื่อเล่นอ่ะ ไม่เห็นโดนแบน 2 ปีเลย ก็บอกแล้วว่ามันไม่เคลียร์เราไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่เดือดร้อนซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป"

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้