ยุ้ย เยียวยาหัวใจเข้มแข็ง

เรื่องราวความรักที่ล่มสลายของนางเอกสาว ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม กับ ปิ๊ด บอดี้สแลม ที่ผ่านมา ทำเอาแฟน ๆ ที่ลุ้นอยู่พลอยผิดหวังไปกับคู่นี้ด้วย

แต่สาวยุ้ยก็ใช้เวลาไม่นานกับการเยียวยาแผลใจจนหายดี วันนี้ยุ้ยเปิดใจกับหลากหลายแง่มุมในชีวิตกับ “ดาวต่างมุม” ที่พอได้พูดคุยแล้ว ต้องยกนิ้วให้กับความเข้มแข็งของเธอมาก ๆ


แผลใจหายหรือยัง?

อย่าเรียกว่าแผลใจเลย เรียกว่าเข้มแข็งขึ้นแล้วกัน ชีวิตก็โอเคขึ้น เวลาที่มันมีปัญหาแย่ ๆ กับชีวิต ความคิดในแง่บวกช่วยได้เยอะ เราจะไม่คิดอะไรที่ทำร้ายตัวเอง ตอนนั้นถือว่าแย่นะ เป็นช่วงที่เสียใจที่สุดแล้ว และเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่เลยทีเดียว แต่ต้องทำยังไงให้ตัวเองอยู่ได้ เพราะเราต้องทำงาน เราต้องอยู่กับครอบครัว ที่สำคัญยุ้ยจะไม่แสดงออกให้ใครเห็นว่ายุ้ยทุกข์ ยุ้ยจะคิดเสมอว่า ยุ้ยไม่ได้เสียเขาไป เขายังอยู่ข้าง ๆ ยุ้ย ปิ๊ดยังเป็นคนที่น่ารักเสมอสำหรับยุ้ย เวลาที่เราต้องการกำลังใจหรือว่าคิดถึงกัน เราก็ยังโทรฯหากันแมสเสจหากัน ซึ่งยุ้ยว่าแบบนี้ดีแล้ว ถ้าขาดกันไปเลยคงเป็นไปไม่ได้ คนเคยรักกัน เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน ทุกวันนี้ความรู้สึกดี ๆ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วเท่านั้นเอง จะให้ตัดไปเลยคงไม่ได้ เพราะเขาคือส่วนหนึ่งของชีวิตของเราไปแล้ว ทุกวันนี้ยังคิดถึงยังเป็นห่วง คิดถึงทุกวัน

พอได้มาอยู่คนเดียวเป็นยังไงบ้าง?

เหงานะ เพราะว่าเวลาที่มีเขาเนี่ย เวลาที่ว่างก็จะได้เจอกัน จะได้ดูหนัง ทานข้าว ได้ไปเดินซื้อของ แต่ทุกวันนี้ไปไหนก็ไปคนเดียว แต่ก็จะพยายามไม่ไปคนเดียว จะไปกับเพื่อนไปกับครอบครัว ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าเหงาจนชีวิตไม่ไหวแล้ว

เข็ดรักหรือเปล่า?

ไม่เข็ด ยังต้องการความรักมาก ๆ และคิดว่าความรักคือสิ่งที่สวยงามที่สุดสำหรับยุ้ย เพราะว่าความรักมันมีแต่สิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าความรักครั้งนี้มันจะไม่สมหวัง แต่ที่ผ่านมามันก็ทำให้เรามีความสุขมาก แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกข์ซะจนไม่มีความสุขเลย เวลาที่เราคิดถึงเขาก็มีความสุขแล้ว ได้คิดถึงอะไรดี ๆ ที่ได้เคยทำกันมา มันก็ยังมีความสุขอยู่ และยุ้ยก็ยังต้องการความรัก ต้องการใครสักคนที่รักเรา เข้าใจเรา อยู่เคียงข้างเรา


แฟนละครก็ผิดหวังนะ เพราะเขาเชียร์มาตลอด?

รู้และเข้าใจหลาย ๆ คนที่ช็อกกับรักของยุ้ยในครั้งนี้ หลายคนเชียร์และเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าจะเป็นไปตามที่เราฝันกันเอาไว้ แม้กระทั่งครอบครัวของเราทั้งสองคน ตัวเราเองเรายังอึ้งอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา

ถ้าจะมีรักครั้งใหม่จะต้องปรับอะไรมากขึ้นไหม?

ยุ้ยว่าการปรับนี่มันก็มีมาโดยตลอดอยู่แล้ว ถึงแม้การจะมีรักครั้งใหม่ การคบกันก็คงต้องใช้วิธีการศึกษากันเหมือนเดิม และเวลาที่คบใครยุ้ยก็จริงจังและจริงใจ ยุ้ยก็พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว แต่ยุ้ยจะไม่ซีเรียส แม้วันนี้เราเจอใครสักคนที่เขาดีกับเรา มาก ๆ และเราไปรักเขา แต่ต่อไปครั้งหน้าเราต้องเลิกรากันไปอีก เราก็ต้องทำใจ ปล่อยให้มันเป็นไป ยุ้ยว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับดวง ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิตมาก ๆ มันลิขิตให้มาก็มาโดยไม่ได้ตั้งตัว เวลาไปก็ไปแบบไม่ได้ตั้งตัวเหมือนกัน

ที่บ้านมีให้กำลังใจยังไงบ้าง?

แม่ให้กำลังใจ แม่บอกว่าแม่ไม่ได้เสียใจที่ยุ้ยเลิกกับปิ๊ด แต่แม่เสียใจเพราะว่าแม่สงสารยุ้ย กลัวยุ้ยจะผิดหวัง ตอนช่วงที่ยุ้ยเลิกกันแม่ไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด แม่จะโทรฯหาถามว่ายุ้ยป็นยังไงบ้าง ทำงานไหวไหม เศร้าไหม ยุ้ยก็จะบอกกับแม่ว่า ยุ้ยลูกแม่เก่งจะตาย แต่จริง ๆ แล้วยุ้ยเองก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดทำงานไม่ได้ เพราะเวลายุ้ยทำงานก็คือทำงาน ไม่เอาเรื่องส่วนตัวเศร้า ๆ มาให้หนักใจ


งานเยอะเลยทำใจได้เร็ว?

มีส่วน อย่างเวลาทำงานอยู่ในกองถ่าย ยุ้ยจะหัวเราะร่าเริงสนุกสนาน ซึ่งยุ้ยไม่ได้เฟก แต่ยุ้ยมีความสุขจริง ๆ เวลาจะเศร้าจะทุกข์ก็ขอมาทุกข์อยู่คนเดียวบนห้องนอน ไม่ต้องให้ใครมาเห็นหรือมาทุกข์ใจไปกับเรา เรื่องงานมีส่วนที่ทำให้ยุ้ยทำใจได้เร็ว เพื่อน ครอบครัว คนรอบข้าง มีส่วนมาก ๆ ที่ทำให้เรามีความสุข

เป็นคนเก็บความรู้สึกได้ดี?

ตั้งแต่จำความได้ที่บ้านจะไม่เคยรู้เลยว่ายุ้ยทุกข์ตอนไหน ยุ้ยมีความสุขตลอดเวลา เขาไม่เคยเห็นยุ้ยทุกข์หรือเสียใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะทุกข์ใจแค่ไหน เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น ยุ้ยก็จะพยายามทำให้ตัวเองเข้มแข็ง แต่จริง ๆ แล้วข้างในเศร้านะ แต่เราจะเศร้าไปให้คนอื่นเห็นไปเพื่ออะไร เพื่อให้แม่กับยายทุกข์ไปกับเราด้วยเหรอ มันไม่ถูกต้อง เราเป็นเสาหลักครอบครัว เราต้องเป็นผู้นำ เราจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น

ถึงแม้รักจะไม่โอเคแต่การงานโอเคนะ?

การงานถือว่าโอเคเลย เพราะยุ้ยเป็นคนที่จริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ยุ้ยทำ ไม่ว่าจะเป็นการงาน ครอบครัว หรือคนรักก็แล้วแต่ ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความตั้งใจ ความอดทนของเรา ทำให้เราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อย่างรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเราคิดไม่ถึงว่าเราจะได้ แค่มีชื่อเข้าชิงก็หรูแล้ว พอได้รางวัลมามันก็ไม่น่าเชื่อ คืนที่ได้รางวัลยังนอนยิ้มอยู่เลย เราภูมิใจกับตัวเอง แต่ก็แอบกดดันเหมือนกัน ต่อไปนี้เราจะต้องพัฒนาตัวเอง เราจะไม่หยุดนิ่ง ยุ้ยจะไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ทุกครั้งที่ดูละครยุ้ยยังมีข้อตำหนิตัวเองอยู่เลย ทุกวันนี้ดูละครตัวเองไม่ได้ดูเพราะความสนุกสนาน แต่ดูด้วยความเครียด จ้องดูเพื่อเอามาพัฒนาปรับปรุงตรงไหนที่มันไม่ดี หลายคนจะมองว่ายุ้ยจริงจังไปหรือเปล่า แต่เวลาทำงานก็ขอทำจริง ๆ เที่ยวก็เที่ยวจริง ๆ


ถ้าให้คะแนนการทำงานของตัวเอง?

ยุ้ยให้ 80 ก็พอ จาก 100 เพราะมีบางฉากที่ตอนเราเล่นเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่เวลาที่เรามานั่งดูทีวี เรายังไม่พอใจ อาจจะต้องมีการพยายามอีกนิด ยุ้ยโชคดีมากที่ได้รับบทหลากหลาย ทั้งเจ้าน้ำตา คนบ้า ผี ร้าย บู๊ แก่นแก้ว เรียบร้อย แต่ยุ้ยชอบบทบู๊ที่สุด เพราะคิดว่ามันเท่ดี ยุ้ยชอบแบบลุย ๆ อย่างล่าสุด “ปอบผีฟ้า” เป็นเรื่องแรกเลยที่ได้รับบทเป็นผี ก็แปลกไปอีกแบบหนึ่ง ฟีดแบ็กที่ได้รับก็ดี หลายคนบอกว่าเป็นผีที่สวยไปหรือเปล่า เป็นปอบแบบนี้ไม่น่ากลัว แต่ก็บอกว่าละครสนุก ไม่ค่อยได้เห็นแบบนี้ เรื่องนี้ผีก็จะร้ายด้วย แต่จะเป็นตัวเอกในเรื่องที่ไม่ได้ร้ายเกรี้ยวกราด ไม่ได้แย่งงานตัวร้ายนะ แต่มันเป็นบทนำที่ผู้ใหญ่อยากให้เราลองเล่นดู ซึ่งเป็นบทที่ท้าทาย อย่างตอนเรื่อง “นางทาส” เป็นบทพิสูจน์ว่าเราสามารถเล่นร้ายได้ หลายคนจะมองว่ายุ้ยเล่นไม่ได้ เพราะตาเศร้า เจ้าน้ำตา เรียบร้อย จะกรี๊ดได้ยังไง แม้กระทั่งตอนที่ยุ้ยรับเล่น ยุ้ยยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย แต่บอกแล้วว่าถ้ายุ้ยตัดสินใจเล่นแล้ว ยุ้ยสุดตัว

แล้วตอนนี้งานมีอะไรอยู่บ้าง?

ก็เพิ่งปิดกล้อง “ปอบผีฟ้า” ไป แล้วก็มีเปิดกล้องเรื่อง “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” ทุกวันนี้ก็มีพิธีกรรายการ “คลับสุขภาพ” แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากเล่นหนังบ้าง แต่ก็คิดว่าเราอาจไม่เหมาะกับภาพยนตร์ อาจจะเหมาะกับละครมากกว่า อย่างงานพิธีกรนี่ชอบมาก เป็นรายการที่มีประโยชน์ แต่การเป็นพิธีกรมันยาก ต้องท่องสคริปต์ ซึ่งบางทีมันค่อนข้างเป็นทางการ เป็นวิชาการที่เราไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เราต้องไปสัมภาษณ์คุณหมอ ผู้ป่วย มันทำให้เราต้องทำความเข้าใจกับมัน ต้องมีสมาธิ ยุ้ยว่าพิธีกรต้องไหวพริบดี ขนาดเป็นพิธีกรรายการเล็ก ๆ ยังรู้สึกว่ามันยากจริง ๆ ต้องฝึกพูดให้ชัดเจน

ทุกวันนี้ถือว่าการงานประสบความสำเร็จหรือยัง?

ในเรื่องของการงานถือว่ายุ้ยอาจจะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จถึงขั้นสูงสุด แต่ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว ณ วันนี้ยุ้ยก็พอใจกับมันและยุ้ยก็คิดว่าต้องทำให้มันดีที่สุด และคงจะอยู่แบบนี้ไปจนกว่าจะไม่มีใครจ้าง เพราะมันเป็นงานที่เรารัก


ถึงแม้จะขาดความเป็นส่วนตัว?

แฮปปี้นะ ยุ้ยคิดว่าแลกกันมันก็ไม่ได้เสียหาย ยุ้ยชอบนะเวลาที่มีคนมาชื่นชอบยุ้ย มีคนมาสนใจ ก็เราเลือกแล้วที่เราจะเป็นดารานักแสดง หลายคนชื่นชอบแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวก็ต้องทำใจ อย่างบางทีก็ไม่สามารถไปเดินบางที่ได้ อย่างตลาดนัดเปิดท้ายเดินได้ 2 ร้านโดนรุม เพื่อนก็ไม่ได้เดินไปด้วย แต่ก็ยินดีที่คนจะมาขอถ่ายรูปขอลายเซ็น แต่ยุ้ยจะเกรงใจคนที่ไปกับเรา แต่ก็ ไม่เอานะถ้าเป็นนักแสดงแล้วไม่มีคนสนใจ มันก็ไม่ใช่ ให้คนสนใจเราน่ะดีแล้ว ยุ้ยมีความสุข ไม่อึดอัดเลย นอกจากเวลาที่เรารีบจริง ๆ เราก็จะขอตรง ๆ ก็มีบางทีที่แฟน ๆ ไม่พอใจ เราอาจจะไม่ได้ยิ้ม ก็จะได้ยินมาแล้วว่าหยิ่ง หรือที่โรงเรียนเก่า เราไม่ว่างจริง ๆ ที่จะไปช่วยงานโรงเรียน คนก็จะเอาไปพูดว่าเราหยิ่ง เราลืมตัว แต่อยากให้เข้าใจว่าเราไม่ได้ว่างทุกวัน เราทำงาน ไม่ใช่ว่านึกจะเอาเราไปวันไหนก็ได้ ตัวยุ้ยเองถ้ามีโอกาสยุ้ยไปให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นงานโรงเรียนหรอก แม้กระทั่งงานแต่งลูกอาจารย์ งานบวชเพื่อน ยุ้ยพยายามจะไป เพราะยุ้ยชอบไปเจอเพื่อนเก่า ก็เสียใจนะที่คนไม่เข้าใจ ถ้าคุณไม่ได้เป็นอย่างเราจะไม่รู้หรอกว่าเรารู้สึกอย่างไร ในใจเราคิดอะไรอยู่ อยากให้เข้าใจแค่นั้นก็พอ ไม่ต้องมาชื่นชม ขอแค่ให้เข้าใจเวลาที่เรามีเหตุผลส่วนตัว

มีอะไรอยากฝากถึงแฟน ๆ ไหม?

ก่อนอื่นอยากจะบอกว่าขอบคุณทุกคนมาก ไม่ว่ายุ้ยเจอเรื่องที่ดีหรือร้าย ทุกคนก็ยังเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างยุ้ยเสมอ ซึ่งมันสำคัญกับยุ้ยมาก ๆ ที่จะทำให้ยุ้ยดำเนินชีวิตต่อไปและทำงานอย่างมีคุณภาพ อยากจะขอบคุณที่จะติดตามผลงานของยุ้ยเสมอ ยุ้ยสัญญาว่ายุ้ยจะเป็นนักแสดงที่ดีให้สมกับที่ทุกคนเป็นกำลังใจให้

อย่างนี้เขาเรียกว่า “ลัคกี้อินเกม อันลัคกี้อินเลิฟ” นะเนี่ย แต่ว่ายังไงก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้ “ยุ้ย” ด้วยคนนะจ๊ะ เพราะเธอคือหนึ่งในดารา “น้ำดี” ของเมืองไทย.


เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์