รดน้ำศพดีเจโจ้วันนี้ แฟนสาวทำใจไม่ได้



รดน้ำศพดีเจโจ้วันนี้ แฟนสาวทำใจไม่ได้

ดีเจโจ้ ครั้งแถลงข่าวอาการป่วย

รดน้ำศพดีเจโจ้วันนี้ แฟนสาวทำใจไม่ได้

แฟนสาวสุดเศร้า หลัง "ดีเจโจ้" เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ ยอมรับไม่เคยเตรียมใจล่วงหน้า เผยวินาทีสุดท้ายแฟนหนุ่มยิ้มก่อนสิ้นลม จัดพิธีรดน้ำศพวันนี้ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ก่อนเผาวันที่ 12 เม.ย.

ในที่สุดวงการบันเทิงก็ต้องพบความเศร้าอีกครั้ง เมื่อนายอัครพล ธนะวิทวิลาศ หรือ "ดีเจโจ้" นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ชื่อดังคลื่นเอไทม์ ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ ซึ่งหลังจากป่วยเป็นโรคร้ายมาก่อนหน้านี้ โดยนายอัครพล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังตรวจอาการพบก้อนเนื้อร้ายที่บริเวณตับเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ต้นสังกัด ได้ให้พักงานเพื่อรักษาตัว ยกเว้นรายการ "เกมวัดดวง" ที่เจ้าตัวขอทำต่อ เนื่องจากเป็นรายการที่ทำง่าย

ดีเจชื่อดังเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 22.45 น. วันที่ 5 เมษายน หลังเข้ารักษาตัวอย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านแทนที่จะเป็นโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งรักษาตัวอยู่เป็นประจำ โดยมีญาติ และเพื่อนสนิทหลายคนเฝ้าดูแลจนกระทั่งสิ้นชีวิต

น.ส.นันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ หรือ "จุ๊บ" แฟนสาวของดีเจหนุ่ม ที่คบหากันมานานเกือบ 9 ปี และมีโครงการที่จะแต่งงานกันในปีนี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ปกติจะเป็นผู้ดูแลแฟนหนุ่มมาโดยตลอด ตั้งแต่ทราบว่าเป็นโรคมะเร็งก็ยิ่งต้องดูแลเอาใจใส่มากขึ้น โดยจะดูแลเป็นพิเศษในเรื่องอาหารการกิน

"พี่โจ้ทำทุกอย่างเหมือนคนปกติทั่วไป ยังไปดูหนัง ช็อปปิ้งเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่มีตัวร้ายอยู่ในตัวเท่านั้น แล้วเรื่องอาหาร จุ๊บก็จะดูแลไม่ทำอาหารที่มันจนเกินไป เน้นปลาเยอะหน่อย เขาก็จะมีอ้อนบ้างเหมือนกัน ถ้าเกิดเขาไม่อยากจะทานข้าว หรืออาหารไม่อร่อย เขาก็จะบอกว่าแน่นท้อง แต่ถ้าเกิดวันไหนที่อาหารอร่อย เขาทานเท่าไรก็ไม่แน่นท้องสักที" น.ส.นันทิยา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังทราบข่าวว่านายอัครพลเป็นโรคมะเร็ง ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วหรือเปล่า น.ส.นันทิยา กล่าวว่า ไม่เคยเตรียมใจเลย เพราะไม่คิดว่าต้องจะสูญเสียคนรักไปเลยสักครั้ง

"คุณหมอบอกว่าพี่โจ้ไม่ได้จากเราไปเร็ว เพราะตั้งแต่ที่เขาทราบว่าเป็นโรคนี้ พี่โจ้ก็ยังอยู่ได้ต่อได้อีกตั้ง 3 เดือน 4 เดือน ถ้าเป็นคนอื่นทราบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ อาจจะอยู่ได้แค่เดือนเดียวก็จากไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนอารมณ์ดีสดใสด้วย ทำให้ร่างกายไม่ทรุดโทรม ใครที่ไม่ทราบอาการของเขาก็จะมองว่าเขาเหมือนเดิมทุกอย่าง แล้วพี่โจ้ไม่ได้เป็นคนเก็บความเศร้าเอาไว้กับตัวเองด้วย" น.ส.นันทิยา กล่าว

น.ส.นันทิยา กล่าวต่ออีกว่า นายอัครพลสู้จนนาทีสุดท้ายก่อนที่จะจากไป ซึ่งเขาจากไปอย่างสงบ และยิ้มก่อนที่จะจากไปในวินาทีสุดท้ายของชีวิตด้วย

"พี่โจ้เขาสู้เพื่อจุ๊บจริงๆ ตอนที่เขาอยู่ในห้องไอซียู เขาไม่ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ มีแต่ท่อออกซิเจน และน้ำเกลือเท่านั้น เรามองหน้ากันจับมือกันตลอด ตอนนั้นความดันเขาตกแล้ว ชีพจรตก แต่หัวใจของเขายังเต้นแรงมาก เขามองหน้าจุ๊บตลอด จุ๊บก็มองหน้าเขา เขาไม่ยอมไป แต่เขาหายใจช้าลง จุ๊บพูดตลอดเวลาว่า เขาใจร้ายทำไมไม่สู้เพื่ออยู่กับเรา แต่คุณหมอบอกว่าพี่โจ้หัวใจเพชรมากๆ จุ๊บเห็นเขาแบบนั้นก็พูดกับเขาว่า ที่รักไปเหอะไม่ต้องห่วง เท่านั้นแหละเขาก็ไปเลย หัวใจจากที่เต้น 300 กว่า เหลือ 0 ทันที ถามว่าจุ๊บโกรธเขาหรือเปล่า จุ๊บไม่โกรธเขานะ แต่จุ๊บโกรธมะเร็งมากกว่าที่ทำไมต้องมาอยู่กับคนดีๆ แต่พี่โจ้ก็สู้สุดความสามารถของเขาแล้ว จุ๊บไม่รู้สึกว่าเขาจากไปเลย จุ๊บยังคิดเสมอว่าเขาอยู่ข้างๆ จุ๊บ เพียงแต่เขาหมดหน้าที่บนโลกนี้เท่านั้น เขาจะไปอยู่ข้างบนเพื่อมองลงมาดูพวกเราเท่านั้นเอง" แฟนสาวดีเจชื่อดัง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าวางแผนชีวิตของตัวเองหลังจากนี้เอาไว้อย่างไรบ้าง แฟนสาวคนเดิมกล่าวว่า อยากจะสานความฝันของแฟนหนุ่มให้เป็นจริงขึ้นมาก่อน เพราะเขาฝันอยากจะมีรีสอร์ท และอพาร์ตเมนต์เป็นของตัวเอง

น.ส.นันทิยา กล่าวอีกว่า เขาอยากเป็นเสือนอนกิน เขาทำงานเก็บเงิน วางแผนแต่งงานกันปีนี้ เขาอยากทำรีสอร์ทและอพาร์ตเมนต์ไม่ใหญ่มาก เป็นธุรกิจของครอบครัว เผื่อมีลูกจะได้ให้ลูกดูแลกิจการต่อ แล้วพี่โจ้ก็อยากจะเปิดร้านอาหารด้วย แต่จุ๊บคงจะทำเท่าที่กำลังตัวเองจะมี และจะทำให้ดีที่สุด แต่สิ่งที่พี่โจ้เขาอยากจะให้จุ๊บทำมากที่สุดคือ ดูแลพ่อกับแม่และคนรอบข้างของเขา ซึ่งเรื่องนี้ทำได้อยู่แล้ว แล้วเขายังมีบริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ ซึ่งเป็นบริษัทออร์แกไนซ์ด้วย ไม่รู้ว่าต่อไปบริษัทจะเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ก็รับงานแค่ 2-3 งาน แล้วทุกครั้งพี่โจ้ก็จะเป็นคนไปหาลูกค้าเองด้วย เพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสียง

น.ส.ขนิษฐา บุณยโสภณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีพิธีรดน้ำศพนายอัครพล ในวันที่ 7 เมษายน เวลา 16.00 น. ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ศาลา 12 และจะสวดพระอภิธรรมศพ ในวันที่ 7-11 เมษายน ก่อนที่จะฌาปนกิจในวันที่ 12 เมษายน เวลา 14.00 น.ต่อไป

นายวิศวะ กิจตันขจร หรือ ดีเจเป้ เพื่อนสนิท กล่าวถึงการจากไปของนายอัครพล ว่า รู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ดีเจโจ้เข้ามาทำงานที่บริษัท เอไทม์ โดยการแนะนำของโปรดิวเซอร์ ซึ่งเขาก็มองว่าคนคนนี้น่าจะตลกดี และจากนั้นเวลามีคอนเสิร์ตก็มักจะได้เป็นพิธีกรคู่กันตลอด เพราะยิงมุกรับกันได้ด้วยดี

"ตัวตนจริงๆ ของโจ้จะเป็นคนที่ซีเรียสตลอดเวลา ที่เป็นเวลาทำงาน จะไม่ใช่คนที่ตลกตลอดเวลา แต่จะคิดตลอดว่าจะทำยังไงให้งานออกมาดีที่สุด เป็นคนที่เครียดกับงานตลอด ชีวิตอยู่กับงาน ซึ่งในช่วงหลังงานของแต่ละคนจะเยอะมากทำให้ผมกับโจ้ไม่ค่อยได้เจอกัน วิถีชีวิตจะแยกออกจากกัน ตอนที่รู้ว่าโจ้ป่วยยังส่งเอสเอ็มเอสไปให้กำลังใจเลย มีโอกาสเจอกันครั้งหนึ่งโจ้ยังมีกำลังใจที่ดีมากๆ มีคนดูแลที่ดี ยังพูดเลยว่า สู้อยู่" นายวิศวะ กล่าว

น.ส.นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล หรือดีเจอ้อย กล่าวว่า หากให้พูดถึงดีเจรุ่นน้อง ก็อยากพูดถึงในฐานะที่เป็นนักสู้คนหนึ่งกับการต่อสู้โรคร้าย เนื่องจากทุกคนรู้ข่าวร้ายของนายอัครพลเมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมา ตอนนั้นข่าวที่ร้ายมากอีกข่าวหนึ่งคือ หมอบอกว่าดีเจโจ้จะอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งทำให้ทุกคนตกใจมาก แต่คนที่ไม่ค่อยตกใจเลยคือตัวนายอัครพลเอง

"โจ้เป็นคนที่กำลังใจดีมากๆ ส่วนหนึ่งโจ้เป็นคนที่อารมณ์ดีอยู่แล้ว และมีคนรักเขาอยู่ใกล้เขาและเขาพยายามที่จะยืนยัดให้ได้มากที่สุดเพื่อคนที่เขารัก ตอนที่โทรไปเขาไม่ได้รับสาย แต่เขาส่งข้อความกลับมาและอ้อยยังเก็บอยู่คือ เขาเป็นนักสู้ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ รับรองว่าเขาจะหายแน่ๆ พอถึงวันนี้รู้ว่าเขาต่อสู้ขนาดไหน จากวันที่หมอบอกว่าเขาสามารถอยู่ได้อีกเดือนเดียว มาถึงตอนนี้เขาต่อสู้มาได้ 3 เดือนกว่าๆ ถึงวันนี้เขาคงได้พักแล้ว โจ้ไม่ต้องต่อสู้กับอะไรอีกแล้ว" น.ส.นภาพร กล่าว

นายเอก กฤษณาวารินทร์ หรือดีเจเอก กล่าวว่า รู้จักกับนายอัครพล เมื่อครั้งที่เข้ามาเป็นดีเจที่คลื่นเอไทม์ เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ซึ่งพอพูดคุยด้วยแล้วตลกดี คุยแล้วถูกชะตากัน มีมุมมองและแนวความคิดที่คล้ายๆ กันก็เลยทำให้เริ่มสนิทกันมากขึ้น

"ปกติโจ้เป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วก็เป็นห่วงโจ้มาตลอด จนมา 4-5 ปีหลัง โจ้รับงานเยอะมาก จนมารู้ข่าวว่าโจ้ป่วยก็ได้แต่บอกให้โจ้ดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง ที่ผ่านมาโจ้เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ เชื่อได้ว่าโจ้มีกำลังใจที่ดี และจะสามารถสู้จนชนะโรคร้ายได้และคิดว่าต้องหายแน่ๆ เพราะเมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมโจ้ก็ยังเห็นเขายิ้มได้ ไม่คิดเลยว่าโจ้จะไปเร็วขนาดนี้ ยังบอกเขาเลยว่าถ้าทรมานก็ให้ปล่อยวางเถอะ" นายเอก กล่าว

สำหรับอาการป่วยของดีเจชื่อดังครั้งนี้ นางสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) นายสมพล ปิยะพงศ์สิริ และนายอัครพล ร่วมกันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 25 มกราคม ว่า ดีเจชื่อดังถูกตรวจพบก้อนเนื้อร้าย หรือมะเร็งบริเวณตับ หลังจากที่นายอัครพลวางแผนเที่ยวปีใหม่ แต่รู้สึกเจ็บท้องจึงเข้าไปตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อในตับว่าเป็นก้อนเนื้อร้าย

ก่อนที่จะป่วยเป็นโรคร้าย นายอัครพล มีรายการที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 4 รายการ คือรายการ "ไฟว์ไลฟ์" "คอซองเกม" "อันซีนทีวี" ซึ่งบริษัทได้ให้หยุดทำทันที ยกเว้นเพียงรายการ "เกมวัดดวง" ซึ่งเป็นรายการที่ถ่ายทำนอกสถานที่ แต่นายอัครพลเป็นพิธีกรเปิดนำเข้า บันทึกเทปที่สตูดิโอเท่านั้น ถือว่าเป็นงานที่ไม่หนักมาก จึงอนุญาตให้ทำต่อได้ ส่วนรายการวิทยุก็ยุติทั้งสองคลื่นทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า นายอัครพลเสียชีวิตในอายุ 35 ปี เกิดวันที่ 25 พฤศจิกายน 2514 เมื่อนำเลขปีเกิดสองตัวท้ายรวมกันก็ได้เท่ากับเลข 5 และเสียชีวิตในวันที่ 5 เมษายน เวลา 22.45 น. รวมถึงก่อนหน้านี้ยังจัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น 91.5 และ 93.5 รายการโทรทัศน์ที่รับหน้าที่พิธีกรก็เป็นรายการที่ออกอากาศอยู่ทางโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 จึงคิดว่า เจ้าตัวน่าจะผูกพันกับเลข 5 มาก

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใกล้ชิดยังเผยด้วยว่าก่อนที่จะรู้ว่าเกิดโรคร้าย นายอัครพล วางแผนไว้ว่าจะแต่งงานภายในปีนี้กับ น.ส.นันทิยา พุทธาโภคาทรัพย์ หรือจุ๊บ แฟนสาวรุ่นน้อง โดยเตรียมซื้อเรือนหอไว้เป็นที่เรียบร้อย และเมื่อนายอัครพลทราบว่าป่วยเป็นโรคร้าย น.ส.นันทิยา ก็ยังคงคอยเป็นกำลังใจเคียงข้าง คอยดูแลจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เครดิต:
 
โพสโดย :ลมกับไฟ

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
กรุณากรอกรหัสให้ตรงกับภาพ :
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด