ละครตีแผ่อาชีพ ควรเสนอเป็นกลาง

เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นให้นักข่าวต้องตามข่าวอีกจนได้ สำหรับ   กรณีบรรดาแอร์โฮสเตสและสจ๊วตสายการบินดังเรียกร้องให้แบนละคร    “สงครามนางฟ้า” ทางช่อง 5

โดยอ้างว่าทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์เรื่องนี้ “แซสซี่ เกิร์ล” ก็เข้าใจอย่างว่าแหละค่ะ อาชีพใคร ๆ ก็รัก แต่ถ้าจะพูดให้เป็นกลางที่สุด ก็อยากจะให้เข้าใจว่า ละครก็คือละคร คนดูสมัยนี้คงจะแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็อยากให้มองกันอย่างเป็นกลางบ้าง การดูละครสักเรื่องก็ควรมองที่เนื้อหาสาระที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อมากกว่า ว่าแล้วเราลองไปถามเหล่าคนบันเทิงกันหน่อยดีกว่าว่า ถ้าจะมีคนนำอาชีพของพวกเขาไปทำละครพวกเขาอยากให้เสนอด้านใดบ้าง 


เริ่มที่ แอม-ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ กล่าวว่า “ถ้ามีคนจะเอาอาชีพของเราไปทำเป็นละคร แอมก็อยากให้เขาเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์กับสังคมมากกว่า

ไม่อยากให้นำเสนอเรื่องราวที่เป็นเรื่องส่วนตัว อยากเน้นนำเสนอเรื่องชีวิตการทำงานจริง ๆ เช่น การใช้ความอดทนในการทำงาน เราสามารถนำอาชีพการงานของเราไปช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร แอมเชื่อว่าทุกคนล้วนต้องรักอาชีพการงานสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แล้ว คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาดูถูกอาชีพของเรา 

ที่สำคัญที่สุดคือไม่อยากให้นำเสนอเรื่องราวที่เสีย ๆ หาย ๆ

เพราะอาจจะทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดได้ แต่ในอีกแง่นึงแอมก็มองว่า ละครมันก็คือละคร คนเราไม่ว่า จะทำอาชีพอะไรก็แล้วแต่ล้วนมีทั้งคนดีและคนไม่ดีทั้งนั้น ถ้ามัวแต่เสนอด้านดีอย่างเดียวมันก็ดูจะเป็นแนวโลกแห่งความฝันไปหน่อย แอมเชื่อว่าผู้ชมสมัยนี้สามารถแยกแยะออกได้ว่าอะไรเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง เพียงแต่ว่าแกนของเรื่องที่ต้องการจะนำเสนอควรจะให้อะไรกับคนดูด้วยค่ะ



ด้าน เอมมี่-มรกต กิตติสาระ เผยว่า “ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น ละครก็คือละคร"

คนเราอย่าไปซีเรียสอะไรมาก ยิ่งเราซีเรียสกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็เหมือนเรามีอะไรต้องปิดบัง สมมุติว่าจะมีคนเอาอาชีพนักแสดงไปทำเป็นละคร เอมมี่ ก็ไม่รู้สึกอะไร เอมมี่ไม่ได้เข้าข้างใครนะ ละครเรื่องนึงมีอาชีพอยู่ในนั้นเป็นร้อย ๆ อาชีพ ไม่เห็นมีใครเขาจะมาเดือดร้อนเลยค่ะ ถามว่าถ้ามีคนจะเอาอาชีพเราไปทำละคร อยากให้เขานำเสนอในแง่ไหน เขาก็ควรเสนอความเป็นจริง อย่างสมมุติมีคนจะทำละครเกี่ยวกับวงการบันเทิง ก็ควรนำเสนออะไรที่เห็น ๆ กันอยู่ เพราะพวกเรานักแสดงไม่เคยมีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว”

ฟาก กลม-นพพล โล่พิทักษ์พานิช กล่าวว่า “เรื่องนี้ก็แล้วแต่นะครับว่าคนที่ทำจะนำเสนอในแง่ไหน

ผมคงไปห้ามอะไรใครไม่ได้ ก็อยู่ที่ว่าเขาจะนำด้านดีหรือไม่ดีมาตีแผ่ ผมบอกได้เลยทุกอาชีพมีทั้งมุมดีและไม่ดี แต่ขอแค่ว่าเวลาจะทำอะไรก็ควรมีความเป็นกลางเอาไว้ก่อน ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้เขาเสนอด้านดี ๆ นะ จะได้ช่วยจรรโลงและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า ถ้าเอาเรื่องไม่ดีมาแฉ อาจทำให้คนรู้สึกชินชากับความไม่ดีได้ มันจะทำให้คนมีความละอายใจน้อยลง”

ต่อกันที่ กบ-พิมลรัตน์ พิศลยบุตร เผยว่า “เรื่องแบบนี้มันเหมือนเป็นดาบสองคมนะ"

ถ้าทำให้คนดู ดูว่าการทำงานของอาชีพนี้คืออะไรเขาทำงานกันอย่างไร แต่ถ้าเขานำเสนอออกไปในแง่ที่ไม่ดี อย่างตอนนี้เรามีอาชีพนักแสดง แล้วเขานำเสนอออกไปว่าอาชีพนี้ไม่ดีเป็นอาชีพที่ไม่มีสมอง เอาแต่แต่งตัวสวยไปวัน ๆ แต่งตัวโป๊อย่างนี้ก็ไม่ดีแล้วเพราะมันจะทำให้ภาพลบที่มีต่อสังคม แล้วคนก็จะติดภาพว่าอาชีพนี้เป็นแบบนี้

หากว่านำเสนอก็ควรออกมาเป็นจริง เพราะว่าคนเรามีเหตุและผล

มีที่มาที่ไปบางอย่าง ถ้าเรานำเสนอมุมไม่ดีแค่หวังว่าจะทำให้คนดูรู้สึกเร้าใจเท่านั้น มันก็ไม่มีประโยชน์ สำหรับจะมีคนเลือกอาชีพใดอาชีพหนึ่งไปทำเป็นละคร เขาก็ควรจะนำเสนอในแง่ที่ทำให้คนได้เข้าถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประกอบอาชีพนี้ว่าเขาต้องทำอะไรและต้องไปเจอบ้าง ให้คนดูได้เห็นว่าอาชีพนั้น ๆ เป็นอย่างไรค่ะ

ปิดท้ายที่ โอ๋-รุ่งระวี บริจินดากุล กล่าวว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่เราเอาไปเผยแพร่นั้นดีหรือไม่ดี

ถ้านำเสนอในแง่ที่ดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเน้นไปทางแง่ลบแล้วออกมาอ้างว่าเอามาจากชีวิตของเราจริง มันก็คงจะไม่ดี แต่จริง ๆ มันก็แล้วแต่คนจะมอง บางคนดูแล้วอาจจะคิดว่าทำไมอาชีพนี้มันย่ำแย่อย่างนี้ หรือบางคนอาจจะมองว่าทำไมอาชีพนี้มันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ก็แล้วแต่

โอ๋ว่าถ้าหากเราต้องนำเอาอาชีพ ๆ หนึ่งไปทำเป็นละคร

เพื่อให้คนดูได้ชม เราก็น่าจะได้รับอนุญาตจากคนที่เขาประกอบอาชีพนั้น ๆ ก่อน ไม่ทำให้เขาต้องเสียหาย ทุกอย่างที่จะนำเสนอ ออกไปน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนสังคมด้วย แต่อย่าพยายามโน้มน้าวคนดูให้คิดไปในแง่ใดแง่หนึ่งค่ะ”.

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้