17ปีโลกมายา หนุ่มได้ใจแฟน

จากเด็กหนุ่มวัยละอ่อนที่ก้าวสู่วงการเพราะอยากช่วยครอบครัวหารายได้


จากวันแรกที่ทำงานวงการจวบจนวันนี้รวมเวลา 17 ปีพอดี ที่พระเอกหนุ่ม "หนุ่ม"ศรราม เทพพิทักษ์ ได้โลดแล่นบนถนนมายาซึ่งเจ้าตัวเปรียบตัวเองเสมือน "เป็ดว่ายน้ำ" ทำไมถึงคิดเช่นนั้น ไปฟังเขาเล่าดีกว่า

"เวลาที่เป็ดว่ายน้ำมักจะไม่ได้หันไปดูข้างหลัง พอว่ายได้สักพักแล้วหันกลับไปดู เราเป็นเป็ดที่ว่ายออกจากฝั่งมาไกลเกินไป จนเราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าเราจะต้องทำอะไรต่อไป เหล่านี้เป็นคำที่ครูผมเคยสอน วันนี้ผมเลยมีความคิดเพิ่มขึ้นว่า เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเล่นเกมรุก เราก็ควรจะเล่นเกมรับเป็นเช่นกัน"


จากนั้นก็อธิบายต่อว่า "กับเกมเคยมีทั้งแพ้และชนะ"


"เพียงแต่การเปรียบเทียบในการมีชื่อเสียง คนเราเวลาที่มีชื่อเสียง มีแต่คนรุมล้อม เหล่านั้นคือหัวโขนที่วันหนึ่งก็ต้องถอดไป ในวันนี้ผมกำลังเปลี่ยนเกมว่า ในวันนั้นที่เรามีชื่อเสียงอยู่มันคือเกมรุก แต่เมื่อวันหนึ่งที่ร่างกาย สังขารเราร่วงโรย มีนักแสดงรุ่นใหม่เข้ามา ตลาดเปลี่ยนไป ถึงวันนั้นเราต้องเตรียมเล่นเกมรับตัวเราเอง เกมชีวิตเราเอง"

แต่ก่อนไม่ได้ฉุกคิด แต่ทำไมวันนี้ถึงได้หวนคิด เจ้าตัวว่า

"ผมคิดเหล่านี้มาได้สักพัก แต่โชคดีที่ส่วนหนึ่งในสภาพจิตใจไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ถูกสปอยล์ด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง แต่ผมถูกหล่อหลอมมาจากพ่อ พ่อผมสอนให้ผมเป็นคนติดดิน ง่ายๆ จมลง ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์"

"จังหวะชีวิตของผมในตอนนี้ เหมือนเป็นนักมวยที่ต้องขึ้นเวที ยังต้องชกถึงแม้จะอายุมากแล้ว ยังแขวนนวมอำลาวงการไม่ได้" ฟังดูรู้สึกกดดันยังไง ไม่รู้ "สำหรับผมไม่ได้ชกเพื่อรักษาแชมป์ แต่ขอแค่ผมขึ้นชกแล้วชนะใจคนดูเท่านั้นก็พอ"




ช่วงที่ผ่านมาดูหนุ่มโหมงานหนักจนลืมดูแลตัวเองไปหรือเปล่า "มันไม่ใช่น้ำขึ้นให้รีบตัก แต่เป็นเรื่องที่ได้มาก็ต้องแลกไป"


ชีวิตเรา เราเลือกเองได้ แต่ที่พูดมานั้นคือความรับผิดชอบ หรือการเป็นคนดังในวงการเลือกเองไม่ได้งั้นรึ "ความนิยมกับความรักต่างกันครับ การได้รับความนิยมเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง แต่การได้รับความรักจากแฟนๆ มันเป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง ซึ่งสองสิ่งนี้ต่างกันตรงที่ ความนิยมถึงวันหนึ่งมันจะหมดไป แต่กับความรักมันจะยังคงอยู่"

แล้ววันนี้คิดว่าหนุ่มได้รับความรักจากแฟนๆ มากน้อยแค่ไหน

"ผมได้รับความรักจากแฟนๆ ของผม ผ่านมา 17 ปี ก็รู้สึกปลื้มใจ รู้สึกดีที่ไปไหนมาไหนมีคนยกมือทัก" อยากให้พูดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาหน่อย หนุ่มนิ่งคิดก่อนเผยความในใจ "มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงเยอะ ได้มากับหลายสิ่งหลายอย่าง ได้เรียนรู้ประสบการณ์มาเยอะ และสูญเสียกับบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเสียกับชีวิตก็เยอะ" หนุ่มถอนใจก่อนเผยต่อ "มีคนเคยบอกว่าจงยอมรับความจริง มันไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งที่เป็นจริงนั้นให้ดีที่สุด"

"รักแท้"ย่อมผ่านพ้นอุปสรรค


"โทรศัพท์หากัน ดูแลกัน มีอะไรก็เตือนกัน ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน" พระเอกจอมอำ "หนุ่ม-ศรราม" บอกกล่าวอย่างจริงจัง เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับสาวคนสนิท "นุ้ย"สุจิรา อรุณพิพัฒน์

ผ่านๆ มามีข่าวที่ค่อนข้างมีผลกระทบกับตัวน้องนุ้ย

"ข่าวก็คือข่าว บางเรื่องเหมือนเป็นการตีวัวกระทบคราด ข่าวเหล่านี้ผมเชื่อว่าถ้าเป็นสื่อดีๆ เค้าไม่ทำกันหรอก"  มีสิ่งเร้าเข้ามากระทบเยอะ ดูแลกันยังไง "ต้องหนักแน่นครับ"

ชิ้นโบแดง


เอ่ยผลงานชิ้นโบแดง พระเอกหนุ่ม "หนุ่ม-ศรราม" เลือกมาเพียงละคร 2 เรื่อง นั่นคือ "ตี๋ใหญ่" กับ "ผู้กองยอดรัก" "ตี๋ใหญ่" เป็นเรื่องที่ผมชอบมาก ได้พลิกมาเล่นละครแนวบู๊แอ๊กชั่น และเป็นเรื่องแรกที่ผมได้ร่วมงานกับพี่แดง-นพดล มงคลพันธ์ พี่แดงเป็นคนที่ใจเย็น ให้ความรู้ ให้คำสั่งสอน ดูแลผมเกินพระเอก คือมีความเป็นพี่เป็นน้องมาก" "ส่วน "ผู้กองยอดรัก" เป็นเรื่องที่ผมรับราชการทหารอยู่ แล้วทำให้คนรักทหารครับ เป็นเรื่องที่คุณพิง ลำพระเพลิง เขียนบท และลงมือกำกับฯเป็นเรื่องแรก แล้วละครประสบความสำเร็จ"

สิ่งที่"หนุ่ม-ศรราม"ฝากฝัง


"อยากจะฝากถึงน้องนักข่าวที่เติบโตมาอีกรุ่น บางครั้งการประสานความรู้สึกที่เราจะมีมิตรภาพต่อกันเนี่ยมันเป็นสิ่งที่มีค่า สำหรับนักแสดงรุ่นใหม่และนักข่าวรุ่นใหม่ขอให้รักษาวัฒนธรรมนี้ อย่างที่รุ่นพี่ๆ เค้าทำกันเอาไว้ แล้ววันหนึ่งพวกคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็จะพบว่า เราจะมีความอบอุ่นกันในวงการครับ"

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับหนุ่ม ศรราม ได้อีกหลากหลายจาก

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้