ก้าวที่สอง เป้ วงสเลอ นักดนตรีก้าวสู่งานแสดง

ผันจากจับไมค์ร้องเพลง มาชิมลางงานแสดงเรื่องแรก

สำหรับ หนุ่มเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่จู่ ๆ ก็จับพลัดจับผลูมาแสดงหนังซะแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนเพลงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับการรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ให้กับวงดนตรีแนวอินดี้ในนาม วงสเลอ 

งานนี้ “พักไมค์” ไม่รอช้า รีบคว้าตัว นายเป้ มาเปิดใจทันที เพราะแฟน ๆ คงสงสัยว่าเขาก้าวมารับงานแสดงได้ยังไง ทั้งที่ร้องเพลงอยู่ดี ๆ
  
“ก่อนมาเล่นหนังผมเป็นมือกีตาร์วงสเลอ ของค่ายสมอล์รูม แล้วพอดีมีพี่ ๆ ทีมงานของ จีทีเอช ติดต่อไปให้มาลองแคสบท “ชลสิทธิ์” ในหนังเรื่องนี้ดู ผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี เลยมาลองแคสดู ครั้งแรกที่ไปแคส เขาลองให้เล่นฉากตักโจ๊กขึ้นมา แล้วเจอเด็ก เราต้องจินตนาการเอาเอง เพราะมันมีแต่ชามโจ๊ก ไม่มีเด็ก เห็นเด็กแล้วต้องเขวี้ยงชามทิ้ง มันต้องใช้อารมณ์และจินตนาการเยอะนะ”

มาเล่นหนังเรื่องแรกอย่างนี้รู้สึกยังไงบ้าง?

“ยากและตื่นเต้นมากครับ ครั้งแรกเลยของการแสดงผมต้องเข้าฉากกับหมออุษา (เข็ม-กฤตธีรา) และตอนที่ต้องวิ่งขึ้นบันไดวน เป็นซีนอารมณ์ ผมต้องวิ่งขึ้นลงหลายรอบมาก ทั้งเหนื่อยทั้งต้องทำอารมณ์ มันยากมากครับ ผมเล่นไปเกือบ 30 เทค อีกอย่างตอนนั้นผมก็ต้องคิดเยอะเหมือนกัน ตรงที่เราต้องดร็อปเรียน เพราะตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 4 ม.มหิ ดล ด้านบริหารธุรกิจ   ก็ต้องหยุดเรียนไป 1 เทอม เสียดายเหมือนกัน แต่ผมมองว่าโอกาสแบบนี้ มันมีแค่ครั้งเดียว ก็น่าจะคว้าเอาไว้ก่อน ส่วนที่บ้านไม่ได้ว่าอะไร เพราะก่อนหน้านี้ผมเล่นดนตรีไปด้วย เรียนไปด้วย ก็ค่อนข้างเหนื่อยมาก มาตอนนี้มีงานหนังเข้ามาเพิ่ม ถ้าเรียนด้วยอาจจะไม่ไหว” 

แปลว่ากับงานใหม่ก็เครียดมากน่ะสิ!

“เครียดเหมือนกันนะครับ เพราะทุกฉากที่ผมเล่น ผมต้องเล่นกับจินตนาการของตัวเอง เพราะเป็นหนังที่ใช้ซีจี (CG) เยอะมาก กว่า 100 ช็อต และบางทีเราต้องเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน อย่างเห็นแมวผี ซึ่งมันคือสารแห่งความตาย แล้วเราต้องแสดงท่าตกใจกลัว มันก็เลยมีงงบ้าง”


ระหว่างงานการเป็น “ศิลปิน” กับ “นักแสดง” ต่างกันมากหรือเปล่า?

“ต่างกันมากครับ นักดนตรี คือ ตัวตนของเราจริง ๆ แต่นักแสดง คือ การที่เราเป็นคนอื่น นอกจากเล่นดนตรีแล้ว ผมยังเคยเล่นโขน เคยไปแสดงที่สังคีตศาลา ตอนอยู่ ม.3 และเล่นดนตรีตั้งแต่ ป.6 เล่นกีตาร์มาตลอด แต่ร้องเพลงไม่ได้ ขนาดพูดยังไม่ชัดเลยครับ”

แล้วคาดหวังกับงานใหม่มากน้อยแค่ไหน

“ถามว่าคาดหวังกับการมาเป็นพระเอกหนังของค่ายจีทีเอชแค่ไหน เพราะเห็นพระเอกหน้าใหม่ของค่ายดังกล่าวแจ้งเกิดมานักต่อนักแล้ว ผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เพราะยังไงตรงนี้ก็ไม่ใช่ทางของผมอยู่ดี ผมแค่อยากลองดู อยากลองสวมบทเป็นคนอื่นดู ทางของผมจริง ๆ ก็คือ การเล่นดนตรี ยังไงผมต้องกลับไปทำตามฝันของผมต่อครับ”



นอกจากเล่นดนตรีแล้ว อยากทำอะไรบ้างมั้ย?

“อยากเล่นหนังอีกครับ เริ่มรู้สึกติดใจ รู้สึกรักในการแสดงซะแล้ว อยากเปิดธุรกิจของตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกจ้างใครครับ ตอนเรียนผมก็เล่นดนตรี เก็บเงินมาเรื่อย ๆ เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง”

ตอนนี้เรียนจบหรือยัง แล้ว ทำอะไรอยู่?

“ปี 3 ที่ ม.มหิดล อินเตอร์ ครับ ปีนี้ก็จะจบแล้ว วางอนาคตตัวเองว่าอยากมีธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ผมไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ส่วนงานแสดงถ้ามีติดต่อเข้ามา ก็อยากเล่นอีก ผมเริ่มสนุกและรู้สึกว่าหนังมันมีเสน่ห์จริง ๆ ครับ”

คุยเรื่องงานมาพอหอมปากหอมคอ มาเข้าเรื่องความรักของหนุ่มมาดเซอร์คนนี้กันบ้าง ได้ข่าวว่าสวีทหวานกับ สาวก้อย-รัชวิน อยู่จริงมั้ย?

“ความรักของผมอยู่ในรูปแบบของเพื่อนมากกว่า ก้อย เป็นเพื่อนที่สนิทมาก ๆ เราอยู่เป็นเพื่อนที่ดูแลกันไปอย่างนี้ดีกว่าครับ เป็นเพื่อนคบกันได้ตลอดชีวิตครับ”
  
ตอบสั้นแต่ได้ใจความจริง ๆ....

แล้วที่มีข่าวกับ แป้ง-อรจิรา ล่ะ จริงเท็จแค่ไหน หรือว่าข่าวรักโปรโมตหนังกันแน่ แถมยังถูกเมาท์ต่อว่าหน้าตาเหมือนแป้งด้วย!

“เราสองคนสนิทกันครับ เพราะเราอายุใกล้เคียงกัน แต่สนิทกันเหมือนเพื่อนพี่น้องมากกว่า ไม่มีความสัมพันธ์แบบชู้สาวเลยครับ คนอื่นชอบมองว่าเราหน้าเหมือนกัน ต้องเป็นคู่กันแน่เลย ผมดีใจที่มีคนบอกว่าหน้าเหมือนแป้ง แสดงว่าผมหน้าตาดี แต่ความสัมพันธ์ของเราจริง ๆ สนิทกัน เพราะเล่นหนังด้วยกันแค่นั้นครับ

อย่ามาจับคู่ให้ผมเลย มันเป็นไปไม่ได้

 และนี่ก็ไม่ใช่รักโปรโมตด้วย เพราะ ทางจีทีเอช ไม่ได้ต้องการโปรโมตในทางนี้อยู่แล้ว ไปดูผมกับพี่ ๆ นักแสดงคนอื่น ๆ เล่นหนังเถอะครับ เพราะทั้ง พี่เข็ม, พี่เมย์ และแป้ง เล่นกันอย่างเต็มที่ พี่กอล์ฟ ผู้กำกับ เขาตั้งใจทำงานจริง ๆ ครับ”

หยอดเลี่ยงขนาดนี้ก็ต้องติดตามกันต่อว่านายเป้จะยังไงต่อไปกับเรื่องของหัวใจ...

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้