ชีวิตดราม่า!!! ของ รอนด้า เราซีย์

ชีวิตดราม่า!!! ของ รอนด้า เราซีย์

เราอาจคุ้นเคยกับ รอนด้า เราซีย์ ว่าเป็นยอดนักมวยหญิงแห่งวงการ MMA ที่รุ่งโรจน์จนได้เล่นหนังฮอลลีวู้ดหลายๆ เรื่อง จนผู้คนทั่วไปที่แม้จะไม่ใช่แฟนหมัดๆ มวยๆ ต่างรู้จักเธอเป็นอย่างดี


แต่กว่าที่รอนด้าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ต้องบอกเลยว่าชีวิตของเธอผ่านอะไรมามาก จนเรียกได้ว่า เธอมีชีวิตอยู่มาได้จากการเป็นนักสู้โดยสายเลือดโดยแท้

จะบอกว่าเธอไม่ใช่นักสู้ได้ยังไง ก็เมื่อในวัยแรกเกิด รอนด้าไม่ได้เกิดมาแบบเด็กปกติทั่วไป

แต่เธอถูกรกพันคอในช่วงก่อนคลอด พอคลอดออกมาเธอก็มีอาการตัวเขียวจากการขาดอากาศหายใจ จนหมอต้องรีบนำเธอเข้าไปให้ออกซิเจนเพื่อยื้อชีวิต

แม้ความช่วยเหลือจากหมอจะมาช้าเกินไปจากคำบอกเล่าของคนในครอบครัว แต่เด็กน้อยรอนด้าก็รอดตายมาได้อย่างปาฏิหารย์ แต่ทว่าการขาดออกซิเจนเป็นเวลานานในช่วงคลอดทำให้สมองเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก จนเธอเพิ่งมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ ซึ่งถือว่าช้ากว่าเด็กทั่วไปมาก

กว่าที่รอนด้าจะพูดเป็นประโยคได้นั้นก็ปาเข้าไปตอนที่เธออายุ 6 ขวบเข้าให้แล้ว

"พวกเขาบอกว่าสมองของฉันได้รับการกระทบกระเทือนจากการขาดออกซิเจน แต่ในตอนที่เป็นเด็ก คุณก็ไม่รู้สึกหรอกว่า คุณแปลกแยกอะไรจากคนอื่นนัก" รอนด้าพูดถึงช่วงชีวิตวัยเด็กของเธอ

แม้จะพัฒนาการที่ช้า แต่ รอน พ่อของรอนด้าก็ไม่หมดหวังว่า ลูกสาวคนนี้ของเขาจะกลายเป็นเด็กสมองช้ากว่าคนอื่นๆ

"หนูเป็นเด็กฉลาด หนูไม่ใช่เด็กสมองช้าเหมือนอย่างที่ใครๆ เขาว่ากันหรอก" พ่อของรอนด้าพยายามเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกสาวคนนี้ตั้งแต่เธอจำความได้ และพาเธอไปบำบัดการพูดกับหมออยู่เป็นประจำเพื่อให้ลูกสาวคนนี้พูดได้อย่างคนปกติ

ความผูกพันกับกีฬาการต่อสู้ของรอนด้า อาจเริ่มต้นจากการที่พ่อของเธอซื้อ ตุ๊กตาโฮล์ค โฮลแกน สุดยอดซูเปอร์สตาร์นักมวยปล้ำมาเป็นตุ๊กตาตัวแรกในชีวิตของเธอก็เป็นได้ รอนด้ามักจะนอนกอดตุ๊กตาโฮล์คอยู่เสมอจนเธอหลับไป ราวกับว่าตุ๊กตามวยปล้ำของโฮล์คคือตัวแทนของพ่อ

พ่อที่สนิทสนมกับเธอมักพาลูกสาวตัวเล็กๆ คนนี้ออกไปท่องเที่ยวในป่า เขาพยายามสอนให้ลูกสาวรู้จักการใช้ชีวิตแบบสมบุกสมบันและมีความอดทน เลยพาเธอไปใช้ชีวิตกลางแจ้งอยู่เสมอ และในตอนเย็นย่ำ เขาจะพาเธอกลับมานั่งดูทีวีด้วยกันที่บ้าน พร้อมเปิดสารคดีสัตว์โลกให้รอนด้าดู

ตอนรอนด้าอายุ 8 ขวบ พ่อของเธอได้ฆ่าตัวตายหลังจากเกิดอุบัติเหตุสกีหิมะมาได้ปีกว่า เขาเป็นอัมพาตครึ่งล่างจากการหลังหักจากอุบัติเหตุคราวนั้น เขาเจ็บปวด ทรมาน และรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า จึงตัดสันใจจบชีวิตของตนลงไป ทิ้งไว้เพียงแค่รอนด้ากับพี่น้อง และแม่ที่ต้องต่อสู้กับชีวิตโดยลำพัง

การจากไปของพ่อเป็นบาดแผลลึกของรอนด้า จนแม่ต้องพาเธอไปพบจิตแพทย์ และถ้าเป็นไปได้เธอจะไม่อยากพูดถึงพ่อของเธออีกไม่ว่าการสัมภาษณ์ครั้งไหนๆ ก็ตาม

"ฉันไม่อยากอยู่ในสถานการณ์นั้นเลย ตอนที่ฉันเป็นเด็กขนาดนั้น อะไรๆ มันถาโถมเข้ามาหาเราอย่างรวดเร็วมาก ฉันพยายามจะก้าวให้พันสภาวะนั้นมาตลอด และไม่อยากเสียน้ำตาให้กับมันอีกแล้ว"

ในปีเดียวกันนั้น ชีวิตของรอนด้าก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกเหนือจากความตายของพ่อ รอนด้ายังได้รู้อีกว่าแม่ของเธอเก็บซ่อนความลับกับเธอมาอย่างยาวนานจนกระทั่งเธอรื้อข้าวของในบ้านแล้วไปพบภาพถ่ายของแม่ ตอนที่แม่เป็นแชมป์ยูโดเข้านั่นเอง

แม่จึงบอกกับเธอว่า แม่จะถ่ายทอดวิชายูโดให้กับเธอ เพื่อให้เธอฝึกฝนกีฬาชนิดนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหาเลี้ยงชีพในภายภาคหน้า ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นเส้นทางของนักสู้ยังไม่ถือว่ามีมากนัก เพราะมันแทบจะไม่มีเวทีแข่งขันใดๆ ให้เหล่านักสู้ชิงเข็มขัดเพื่อคว้าแชมป์หรือเงินรางวัล นอกเหนือจากการเป็นนักกีฬาทีมชาติ

"มันเหลือเชื่อมากที่ฉันได้รู้เรื่องอะไรแบบนี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก ในตอนนั้น ฉันมองไปยังพ่อแล้วก็เอาแต่คิดว่าพอของฉันนี้ตัวใหญ่เนอะ พ่อแข็งแรงเนอะ ไม่มีอะไรมาทำอันตรายพ่อได้แน่ๆ ฉันจินตนาการไม่ถูกด้วยซ้ำว่าแม่จะเตะก้นพ่อได้ยังไง แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจมากค่ะว่าแม่ทำได้แน่ๆ"

แอนน์มาเรีย เดอ มาร์ส แม่ของรอนด้า มีดีกรียูโดสายดำขั้นหก และเป็นแชมป์ยูโดชาวอเมริกันคนแรกของประเทศ จากความลับนี้เองทำให้รอนด้าถึงกับทึ่งในฝีมือของแม่ และยอมให้แม่สอนเธอถึงวิชายูโดทั้งมวล จนนับได้ว่าเธอมีแม่เป็นโค้ชคนแรกในชีวิต

จากการเป็นลูกสาวของสุดยอดนักยูโดระดับชาติ ทำให้รอนด้าได้รับการฝึกหนัก และฝึกโหดตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ

ครั้งหนึ่งที่เธอออกวิ่งพร้อมกับแม่ เธอรู้สึกเจ็บนิ้วโป้งเท้าจึงบอกแม่ว่านิ้วโป้งน่าจะหัก แม่ตะคอกใส่เธอว่า "มันจะหักก็ให้มันหักไปสิ กับอีแค่นิ้วโป้งเท้า อย่าสำออย วิ่งต่อไปให้จบกิโลเมตรที่กำหนดเดี๋ยวนี้"

ซึ่งประสบการณ์การฝึกวิ่งทั้งๆ ที่เท้าเจ็บคราวนั้น รอนด้าบอกว่ามันทำให้เธอแกร่งและสามารถยืนสู้บนเวที MMA ได้ในภายหลัง เพราะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความเจ็บปวดตั้งแต่คราวนั้นแล้ว

หากการวิ่งโดยนิ้วเท้าหักนับว่าโหดพอสำหรับเด็กแล้วนั้น ตอนอายุ 12 รอนด้าแทบน้ำตาร่วงเสียให้ได้เมื่อแม่ของเธอบอกให้เธอใช้วิชายูโดต่อสู้กับหมานานถึง 4 วันติดกัน แขนเธอหัก จมูกหัก ไหปลาร้าร้าว แต่หลังจากนั้นเธอก็คิดว่า เธอเป็นสุดยอดนักสู้คนหนึ่งที่จะสามารถต่อสู้กับใครก็ได้เสียแล้ว

จากการฝึกฝนด้วยตนเองมาอย่างยาวนาน ตอนอายุ 16 รอนด้าต้องเอาจริงเอาจังกับการฝึกยูโดเสียที เธอดรอปเรียน และมุ่งหน้าไปยังบอสตันเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าแคมป์นักกีฬาทีมชาติในฐานะนักกีฬายูโดหญิงในศึกโอลิมปิก 2004 และต้องปรับน้ำหนักลงเพื่อให้มีรุ่นชก

แต่ผลจากการลดน้ำหนักอย่างฮวบฮาบ จากการไม่ดื่มน้ำ ไม่อาบน้ำ เพื่อทำตัวให้แห้งราวกับตุ๊กตาพลาสติกเพื่อให้เธอทำน้ำหนักได้ ทำให้เธอไม่มีแรงต่อสู้และจบลงในอันดับเก้าอย่างน่าผิดหวัง รอนด้าเสียใจมาก เธอกลัวว่า เธอจะทำให้แม่ผิดหวัง แต่กลายเป็นแม่ที่ปลอบใจเธอว่า "แกไม่ได้ทำให้แม่ผิดหวังอะไรเลย แกแค่มีวันที่แย่ๆ ก็แค่นั้นเอง"

หลังจากพลาดหวังกับโอลิมปิก 2004 รอนด้ากับแม่ก็มาอยู่ด้วยกันอย่างคนไม่มีงานทำ เธอเริ่มหันกลับไปซ้อมมวย ใช้ชีวิตกับเทรนเนอร์ และโดนเขาขโมยเงินอันน้อยนิดที่เธอมี

ในช่วงเวลาแห่งความสับสนของชีวิตที่มุมานะฝึกซ้อมอยู่นั้น เธอพบเจอผู้ชายมากมายที่มาหลอกฟันเธอ มาขโมยเงินเธอ จนเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่มีรสนิยมเรื่องผู้ชายแย่ๆ จนเพื่อนของเธอบอกกับเธอว่า "แกมันเป็นอีสก๊อยจอมสปอยด์ ผู้ชายถึงมาหลอกแดกแกฟรีๆ อยู่เสมอไงล่ะ"

เธอตั้งสติได้ และตั้งใจซ้อมจนได้ไปแข่งขันยูโดในโอลิมปิคปี 2008 และได้เหรียญทองแดงกลับมาบ้าน

หลังจากที่ยากจนมายาวนาน เมื่อเป็นนักกีฬาที่มีชื่อ และมีเงินอัดฉีดมาให้ใช้จ่าย สิ่งแรกที่รอนด้าถวิลหาก็คือ "ปาร์ตี้" เธออยากออกเที่ยว กินเหล้า จับจ่ายเงินที่เธอไม่เคยมีมาก่อนเหมือนอย่างสาวๆ คนอื่นๆ เคยทำให้เธอเห็น เงินรางวัลหนึ่งหมื่นดอลลาร์ที่ได้จากการแข่งขันก็หมดลงไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อไม่มีเงินใช้ เธอจึงไปทำงานบาร์เทนเดอร์ที่แอลเอ นครแห่งแสงสี ที่นั่นเธอดื่มหนัก สูบหนัก ทั้งวอดก้า และกาแฟ ใช้ชีวิตเตลิดไปกับแสงสีในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล เธอนอนในรถในบางวัน และบางวันก็ไปนอนในห้องรูหนูขนาด 12 x 12 ฟุตที่ไม่มีห้องน้ำในตัว

จากชีวิตบัดซบที่เผชิญอยู่ เธอเห็นทางสว่างในชีวิตเข้าจนได้ เมื่อในวันหนึ่งขณะที่เธอชงเหล้างกๆ ตามออร์เดอร์ รอนด้าก็เหลือบไปเห็นรายการชกมวย MMA จากหน้าจอทีวีในบาร์ที่เธอทำงานอยู่ ภาพการชกเหล่านั้นประทับใจเธอมาก และแม้ว่าเธอจะมีพื้นฐานยูโดมาก่อน เธอก็คิดว่าเธอสามารถชกมวยแบบศิลปะผสมเช่นนี้ได้

"เมื่อเห็นอะไรแบบนั้นในทีวี มันจุดประกายให้กับฉันมาก ฉันบอกกับตัวเองทันทีเลยว่าฉันก็ทำมันได้"

จากความตั้งใจที่จะกลับไปฟิตร่างกายเพื่อเป็นนักมวย รอนด้าจึงเพิ่มงานให้ตัวเองอีกแห่งหนึ่ง ด้วยการไปเป็นครูสอนฟิตเนสในฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ในผับตอนกลางคืน

นอกเหนือจากการทำงานเพื่อปากท้องที่ต้องให้ตัวเองอยู่รอดแล้วนั้น รอนด้ายังฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แบบผสมจากในฟิตเนสแห่งนี้อีกด้วยเพื่อเพิ่มเติมทักษะที่นอกเหนือจากวิชายูโดที่เธอเคยได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่

ยกแรกที่เธอเดบิวตัวเองใน ศึกคิงออฟเดอะเคจ เธอใส่อาร์มบาร์คู่แข่ง และเอาชนะไปในในเวลาเพียง 23 วินาทีจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกคนจับตามองเธอ จากนั้นเธอมีประสบการณ์ใน ศึกสไตรท์ฟอร์ซ 2 ครั้ง เอาชนะได้สองครั้ง จากชื่อเสียงที่สั่งสม และโอกาสที่จะฉายแววเป็นดาวรุ่งคนต่อไปที่เธอมีอยู่ในตัว

ในปี 2010 เดนา ไวท์ ประธานยูเอฟซีที่ต้องการจัดการแข่งขัน MMA หญิง ได้เชิญตัวเธอมาเป็นเด็กปั้นของเขา เพื่อให้การชกมวยหญิงในกรงแปดเหลี่ยมเกิดขึ้นได้จริงสักครั้งตามความตั้งใจของเขาที่มีมานาน

และเรื่องราวหลังจากที่เธอพบกับกับท่านประธานเดน่า เราก็คงรู้จักเธอดีกันอยู่แล้ว

ชีวิตดราม่า!!! ของ รอนด้า เราซีย์


ที่มา : Workpoint

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์