“พจมาน” แห่ง “บ้านทรายทอง”

“พจมาน” แห่ง “บ้านทรายทอง”


อาชีพ “นักร้อง-นักแสดง” แม้จะดูดีมีชื่อเสียง แต่ลึก ๆ แล้วในความเป็นจริงของสังคมทุกวันนี้ ยังได้รับการดูถูกดูแคลนจากสังคมผู้ลากมากดีอยู่เหมือนเดิม ว่าเป็นอาชีพ “เต้นกิน รำกิน”

 ทั้งที่จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เต้นหรือรำบนหัวของพวกท่านสักหน่อย และดีไม่ดี คนอาชีพนี้ยังหาเงินได้มากกว่าท่านซะด้วยซ้ำ แถมเป็นอาชีพสุจริต ผิดกับพวกท่านผู้รากมากดี หรือขุนน้ำขุนนางที่ “รวยแต่เขือ” แต่ลองก้มมองตัวเองดี ๆซิ บ้านช่องใหญ่โตที่ซุกหัว หรืออาหารจานดี ๆที่ตักเข้าปากทุกวันนี้ มาจากการ “ฉ้อราษฎร์บังหลวง”... “โกงบ้านโกงเมือง รับสินบาทคาดสินบน” มาหรือเปล่า ? พวกนักการเมือง คนในเครื่องแบบเนี่ยตัวดีทั้งน้าน เพราะฉะนั้นอย่าเที่ยวดูถูกคนอื่นที่เขาทำมาหากินโดยสุจริตเลย มีกรณีของดาราสาว “ว.” ที่ยึดวงการบันเทิงเป็นบ่อเงินบ่อทองให้ขุด เธอทำทุกอย่างเพื่อเงิน ยอมสลัดผ้าหน้าด้านให้คนดูถูก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว. ทำก็เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คนเรา “เมื่อชีวิตยังไม่สิ้นก็ดิ้นไป” เกิดมาไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทอง ก็ต้องหากินเอง หาเลี้ยงตัวเองไม่พอ ยังต้องเลี้ยงดูทั้งครอบครัว เกิดเป็นผู้หญิงมีใครที่ไหนที่อยากปลดผ้ายั่วผู้ชายให้เสียศักดิ์ศรี แต่เมื่อ “ศักดิ์ศรี” มันทำให้ “ท้องอิ่ม”ไม่ได้ ก็ต้องทิ้งศักดิ์ศรี แล้วเลือกทุกวิถีทางเพื่อให้อิ่มท้อง 

ลำพังตัวเองคนเดียวอาจไม่เป็นไร แต่ยังมีคนข้างหลังอีกหลายปากท้องทั้งที่พ่อแม่พี่น้องที่ต้องหวังพึ่งพิงด้วย ยิ่งกว่า “ศักดิ์ศรี” ก็ทิ้งได้ ว. แผ้วถางทางเดินด้วยลำแข้งตัวเอง เลือกที่จะสลัดผ้าหาเลี้ยงชีพ เพราะชีวิตลิขิตเองไม่ได้ ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิง” ทุกคนก็อยากหาผัวดี ๆ เพื่อหวังฝากชีวิตไว้ แต่จะมีซักกี่รายที่สมหวังดั่งใจปรารถนา อาจจะเป็นเพราะข่าวที่อื้อฉาวที่ทำให้เจ้าสาวไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก อกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนคนต้องคำสาป ประสบการณ์ที่ผ่านหลายสมรภูมิรักทำให้ ว. เลิกใช้หัวใจ แต่หันมาใช้สมอง มองผู้ชายทุกคนที่เข้ามาทะลุปรุโปร่งหมดว่าใครคนไหนเข้ามาเพราะอยากได้แต่ตัว จนในที่สุด ว. ก็เจอผู้ชายที่อยากได้ตัวพร้อมหัวใจของเธอ ทุกวันนี้หาผู้ชายดีๆทำผัวยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก อย่าว่าแต่ผู้ชายคนนี้รังเกียจเดียจฉันอาชีพ “เต้นกินรำกิน” โดยเฉพาะดาราที่สลัดผ้าหาเงินอย่างเธอ ! เมื่อ 2 คนใจตรงกัน ความสัมพันธ์ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ ความรักของ ว. กลับเจอตอ นั่นคือ “พ่อ” ของผู้ชายที่เป็นนักธุรกิจ
และนักการเมืองใหญ่ ยิ่ง “แม่” ของผู้ชายด้วยแล้ว เจ้ายศเจ้าอย่างโคตรๆ ซึ่ง 2 ท่านนั้นแหละที่เป็น “ตอ” ขวางทางรักอยู่ ความรักที่ทำท่าว่าจะราบรื่น กลับประสบคลื่นลม จนนาวารักจมแล้วจมเล่าอยู่หลายครั้งหลายครา แต่ขณะเดียวกันทุกครั้งที่กู้นาวาขึ้นมา มันก็แกร่งขึ้นเรื่อย ๆ 

จนในที่สุด ว. ตัดสินใจเทเงินหมดหน้าตัก “วางเดิมพัน” ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต โดยปล่อยให้ “ท้อง” ! ตอนที่กระซิบบอกว่า “เบนโล” ก็เล่นเอาแฟนหนุ่มช็อกตาตั้ง เพราะรู้ว่าทั้งพ่อทั้งแม่ไม่รับลูกสะใภ้คนนี้เข้าบ้าน แต่อานุภาพความรักก็ทำให้ผู้ชายกล้านำข่าวดี (เอ๊ะ หรือข่าวร้าย !) ไปบอกพ่อกับแม่ เท่านั้นแหละบ้านแทบแตก ! คำแรกที่หลุดจากปากของแม่ก็คือ “แน่ใจเหรอว่าเด็กในท้องเป็นลูกของแก ???” ถึงชายหนุ่มจะยืนยันว่าเชื่อ แต่พ่อกับแม่ก็ยังยืนกรานว่าไม่รับหลานคนนี้ และซ้ำร้ายยังสั่ง บังคับให้ลูกชายพา ว. ไปทำแท้ง ! ศึกใหญ่ในบ้านดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยมี “ชีวิตทารก” เป็น “เดิมพัน” ในสงครามครั้งนี้ จะว่า ว. ดวงดี หรือว่า “ทารก” ดวงแข็งก็ไม่รู้ เพราะผลสรุปของสงครามฝ่ายลูกชายเป็นฝ่ายชนะ นอกจากรักษาชีวิต “ลูก” ไว้ได้แล้ว ยังสามารถเก็บแม่ของลูกไว้ได้ด้วย ทางฝ่ายพ่อก็ยังไม่ยอมแพ้ ส่งคนของตัวเองไปสืบประวัติของฝ่าย ว. อย่างละเอียดยิบ เทือกเถากอเป็นอย่างไร มีเงินทองเท่าไหร่ มีผัวมาแล้วกี่คน เรียกว่าถ้าลาก ว. ไปตรวจดีเอ็นเอของเด็กในท้องได้คงทำไปแล้ว 

สุดท้ายเมื่อห้ามปรามลูกไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้แต่งงานแต่งการกันไป เพราะถ้าปล่อยให้ท้องใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งอับอายขายหน้าประชาชี ถ้าเป็นละครไทย เมื่อพระเอกนางเอกได้แต่งงานกันก็คงเป็นการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่นี่ไม่ใช่ละคร แต่เป็นชีวิตจริง อยากจะบอกว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ว. ยังต้องผจญอะไรอีกเยอะเมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านของผู้ชาย ไหนจะพ่อผัวแม่ผัว ไหนจะญาติโกโหติกาอีกมากมาย “เจ๊เขียว” ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ก็ได้แต่ให้กำลังใจคนในวงการเดียวกันอย่าง ว. ว่าอย่ายอมแพ้ นิยายเรื่อง “บ้านทรายทอง” ยังมีสองภาค ละครที่ ว. แสดงอยู่นี้ก็ก็เรียกว่าจบภาคแรกไปแล้ว “พจมาน” ในภาคที่สอง จะอาศัยอยู่ในบ้านทรายทองอย่างมีความสุขมั้ย ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ



เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นิตยสารทีวีอินไซต์

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์